Tweetฤดี เป็นผู้หญิงที่รูปร่างสูงได้สัดส่วนผิดไปจากชาวบ้านแถบนี้ ผิวขาว ถือว่าเป็นผู้หญิงหน้าตาดีคนหนึ่ง ถ้าไม่เห็นกับตาตัวเองคงไม่เชื่อว่าเธอมีลูกมีผัวแล้ว เธอมาอยู่ที่นี่เมื่อสองปีก่อน มีบางคนบอกว่าเธอมาจากเมืองเลย บางคนแย้งว่าเธอมาจากหนองบัวลำภูต่างหาก…ช่างเถอะ…บางทีเธออาจอยากจะลืมบางสิ่งบางอย่างในที่ที่เธอจากมาก็ได้ อย่าไปรื้อฟื้นความทรงจำของเธออีกเลย ปล่อยให้มันหายไปกับกาลเวลาเหอะ ฤดีเช่าที่ทำนาเนื้อที่ไม่มาก พอให้สองแม่ลูกได้อาศัย จ้างแรงงานทำหมดตั้งแต่ ไถ หว่าน ดำ มีบางคน (หนุ่มและแก่) ถามหาพ่อบ้านของเธอด้วยความอยากรู้และอยากเล่าให้คนอื่นรู้ด้วย ได้รับคำตอบแบบเศร้า ๆ ว่าอยู่เมืองนอก คนถามก็เลยไม่กล้าถามอีกทั้งที่อยากถามต่อว่า ทำไมถึงต้องมาอยู่ที่นี่ หรือว่ากลัวคำตอบ แม้ว่าฤดีจะมาอยู่ที่นี่เพียงแค่ 2 ปี แต่เรื่องราวของเธอกำลังเป็นที่สนอกสนใจของชาวบ้านที่นี่และหมู่บ้านอื่น เรื่องของเรื่องมันเริ่มมาจาก เด็กที่ยังไม่หย่านมแม่แต่ดันทะลึ่งไปกินเหล้าขาว เล่าสู่กันฟังตอนเมาว่า มีใครหลายคนในหมู่บ้านแอบไปเห็นหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ทั้งหมู่บ้านนี้และหมู่บ้านอื่น แวะเวียนไปที่บ้านของฤดีต่างกรรมต่างวาระกัน ชวนให้น่าสงสัย ครั้นไปเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามจากเจ้าตัวกลับได้รับคำปฏิเสธ จะเซ้าซี้ถามต่อก็กลัวโดนสหบาทาจากหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่เหล่านั้น เลยต้องเก็บความสงสัยไว้และพากันวิเคราะห์ คาดเดาไปต่าง ๆ นา ๆ ตามวงสนทนาและวงสุรา พอมีเสียงลือแบบนี้ในหมู่บ้าน คนที่เคยทำก็ไม่ทำ พฤติกรรมที่เคยเห็นก็ไม่ได้เห็นอีก แล้วก็ไม่มีใครยอมรับ ต่างฝ่ายต่างชี้นิ้วใส่กันว่าอีกฝ่ายโกหก เลยไม่รู้ว่าจะเชื่อใคร ทิดเคนบ่นให้ผมฟังหลังจากเล่าเรื่องจริตฤดีที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านช่วงลงนาด้วยท่าทางหงุดหงิดพร้อมทั้งชวนผมไปหาอะไรแก้หงุดหงิดที่บ้านทิดจ่อย [...]
Blog Archives
จริตฤดี
May 22, 2011โชห่วย-โชว์ห่วย
May 7, 2011Tweetบรรยากาศในตอนเช้าที่โคกกลางช่วงนี้คือ พ่อ แม่ ผู้ปกครอง พากันไปหาซื้อข้าวปลาอาหารที่ร้านขายของชำประจำหมู่บ้าน บางคนซื้ออาหารสดไปประกอบอาหารเองที่บ้าน บางคนซื้อหาอาหารสำเร็จเพื่อเตรียมไว้ให้ลูกหลานทานก่อนไปโรงเรียน รวมทั้งเตรียมสำหรับตัวเองในการลงไปเตรียมที่นาสำหรับหน้านาที่จะมาถึงในอีกไมากีสัปดาห์นี้ ร้านโชห่วย ร้านขายของชำ หรือชาวบ้านแถบนี้เรียกว่าร้านค้านี่ ผมไม่แน่ใจนักว่าที่ตำบลโคกกลางจะเหมือนกับที่ในเมืองอุดรหรือเปล่า คำว่าเหมือนในความหมายของผมคือ ร้านค้าโชห่วยเหล่านี้ค่อย ๆ ล้มหายตายจากไปที่ละร้านสองร้าน ร้านที่ยืนหยัดอยู่ได้ต้องทำเหมือน 7 – 11 ละครับ คือเปิดตลอด 24 ชั่วโมง แล้วนำวิถีชีวิตความเป็นคนท้องถิ่นมาสู้ นั่นคือการพูดคุยสอบถามทุกข์-สุขกัน ไม่ใช่พูดเหมือนหุ่นยนต์ที่ลงโปรแกรมไว้ ตอนนี้ผมยังมองไม่ออกหรอกครับว่า 7 – 11 และ Lotus Express ที่รุกคืบเข้ามาสูอำเภอต่าง ๆ มากขึ้นนี่มีผลกระทบกับร้านค้าในหมู่บ้านเหมือนกับที่ตัวเมืองอุดรหรือเปล่า อาจจะไม่กระทบมากนักนะครับ ในหมู่บ้านมักจะมีการมานั่งพูดคุยกันเรื่องนั้น เรื่องนี้ที่ร้านค้าอยู่ ความเป็นอยู่แบบนี้น่าจะยังมีเหมือนเดิม แต่ร้านโชห่วยที่อำเภอนี่สิครับน่าเป็นห่วง ตอนนี้มีการถมที่ขนาดใหญ่เกิดขึ้นที่อำเภอเพ็ญ ชาวบ้านแถวนั้นเล่าว่าจะเป็นสถานที่ก่อสร้าง Lotus ที่กว้างขนาดนั้นถ้าสร้างจริงผมว่าน่าจะขนาดยูดีหรือไม่ก็อาจจะโตขนาดเลี่ยงเมืองก็เป็นได้…
ฮีตสิบสอง คลองสิบสี่
April 20, 2011Tweetบล็อกนี้ตั้งใจจะนำเสนอผลงานทางด้านพัฒนาชุมชนรวมทั้งงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ภาพบนหัวบล็อกเลยเปลี่ยนไปตามฤดูกาลของชาวบ้านแถบนี้ ที่กำลังจะเข้าสู่บุญเดือนหกแล้วลงทำนาซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนที่นี่ แต่หาภาพบุญเดือนหกแบบสวย ๆ ยากเต็มทีเลยต้องข้ามไปเอาภาพนี้มาแก้ขัดไปก่อน ตอนที่หาภาพนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ครับ ฮีตสิบสอง คลองสิบสี่ เป็นขนบธรรมเนียมของชาวอีสานที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน ฮีต คือ จารีต คือ ธรรมเนียม ประเพณี ความประพฤติที่ดี ที่คนรุ่นก่อนกำหนดให้ปฏิบัติในแต่ละเดือนทั้งสิบสองเดือน อย่างที่ผ่านมาเราก็ได้ทำแล้ว เดือนอ้าย บุญเข้ากรรม เป็นกิจกรรมของพระที่เราคุ้นเคยกันดีในพิธีเข้าปริวาสกรรม เดือนยี่ บุญคูณลาน หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้วก็ทำบุญเพื่อทำให้ข้าวในนาอุดมสมบูรณ์ เดือนสาม บุญข้าวจี่ ชาวบ้านจะร่วมกันทำบุญตักบาตรในช่วงเทศกาลวันมาฆบูชา เดือนสี่ บุญผะเหวด อันนี้ไม่ต้องอธิบายมากรู้กันทุกคน เดือนห้า เพิ่งผ่านไปคือ บุญสงกรานต์ เป็นการทำบุญขึ้นปีใหม่ แต่คนส่วนใหญ่มัวแต่สาดน้ำเลยไม่รู้ว่าเป็นบุญ เดือนหก บุญบั้งไฟ ที่กำลังจะมาถึง จัดก่อนฤดูทำนาเพื่อเป็นการขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล เดือนเจ็ด บุญซำฮะ ถ้าเป็นคนกุงเตบแบบผมจะออกเสียงเป็น ชำระ นั่นเองครับ เป็นการทำบุญเพื่อชำระสิ่งไม่ดีที่เป็นเสนียดจัญไรออกไปจากหมู่บ้าน เดือนแปด บุญเข้าพรรษา อันนี้เราก็คุ้นเคยดี เดือนเก้า บุญข้าวประดับดิน เป็นการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว ส่วนมากจะจัดกันในวันแรม 14 ค่ำ [...]
ไว้ใจ
April 8, 2011Tweetวานนี้นั่งคุยกับพี่ พช. ที่อำเภอ พี่เขาเล่าให้ฟังว่า เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านไม่ยอมให้ พช. เข้าไปตรวจสอบบัญชี เหตุผลของเขาคือเขาบอกว่า เขาเป็นนิติบุคคลแล้วและเขาอบรมการทำบัญชีมาอย่างหนักแล้วรู้เรื่องพวกนี้ดี เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องมีใครไปตรวจสอบเขา ผมดีใจครับที่ไม่ได้อยู่ในฐานะที่รับผิดชอบเรื่องกองทุนหมู่บ้าน แค่ทางอำเภอมีคำสั่งให้เข้าไปตรวจสอบบัญชีเบื้องต้น ก่อนส่งให้ พช. อำเภอตรวจสอบนี่ก็หนักใจจะแย่แล้ว เงินมันมากครับ ไม่อยากเข้าไปยุ่ง และผมเชื่อของผมว่าคนที่อยากเข้าไปยุ่งกับเงินจำนวนมากที่ไม่ใช่ของตัวเองแบบนี้คิดอะไรอยู่แน่ ๆ ก็มันไม่ได้บังคับกันนี่ครับว่าเอ้ย แกเข้าไปจัดการหน่อยนะ ขอร้องล่ะ และไอ้ที่ผมหัวร่อมิได้ร่ำให้มิออกก็คือว่า มันมีหนังสือจากกรมส่งเสริมฯ ให้ อบต. สมทบงบประมาณให้กับกองทุนสวัสดิการชุมชน หรือกองทุนวันละบาท ประมาณว่า อบต. 1 ส่วน ประชาชน 1 ส่วน รัฐบาล 1 ส่วน แล้วพี่แกที่จัดการเรื่องกองทุนหมู่บ้านอยู่ไปโฆษณากับชาวบ้านเพื่อระดมทุนแล้ว น่าจะได้ทุนมาโขอยู่เหมือนกัน ถามว่าหลักการนี้ดีมั้ย ตอบว่าหลักการนี้ดีครับ แต่ให้เงินไปแล้วถามว่าเอาเงินไปทำอะไรมั่ง ถูกย้อนกลับมาว่าเมิงไม่มีสิทธิ์มาถามกรู กรูโตพอแล้ว แบบนี้ใครจะกล้าให้เงินไปล่ะ
เกณฑ์ชาวบ้านไปงานเกษตรอินทรีย์
April 5, 2011Tweetปีที่ผ่านมา ช่วงที่มีการชิงมวลชนกันนั้น มีการเกทับกันว่ามวลชนข้างฉันมากกว่าข้างแก อีกฝ่ายก็ออกมาบอกว่า ที่มันมากน่ะเพราะแกจ้างมาน่ะซี ต้องข้างฉันสิของจริง มาด้วยใจทั้งนั้น แล้วก็ตอบโต้สาดน้ำลายใส่กันไปมาว่ามวลชนของฝ่ายตนนั้นเป็นของจริง ไม่มีการว่าจ้างมา(ทำยังกะว่าผู้ชมอย่างผมไม่รู้งั้นแหละ) ผมไม่รู้ว่ากระทรวงอื่น ๆ เขามีการเกณฑ์คนไปงานอย่างนี้บ้างหรือเปล่า เท่าที่เคยเห็นก็มีกระทรวงศึกษาที่ใช้นักเรียนในสังกัดเป็นหลัก และกระทรวงมหาดไทยนี่ล่ะครับที่เป็นเจ้าตำหรับในการเกณฑ์ชาวบ้านไปร่วมงานต่าง ๆ กันเป็นประจำเลยก็ว่าได้ ซึ่งผมไม่ค่อยเข้าใจผู้หลักผู้ใหญ่เท่าไหร่หรอกครับว่าจะดีอกดีใจอะไรกันนักหนาก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าลูกน้องเกณฑ์คนมาต้อนรับ ขึ้นเวทีไปนี่น้ำตาไหลพรากเชียว ชาวบ้านเองเขาก็รู้นะครับว่าเขาเป็นคนสำคัญ เพราะฉะนั้นค่าเดินทาง ค่าเบี้ยเลี้ยง หรือค่าอาหาร ต้องได้มาก ๆ อย่างน้อยต้องเท่ากันหรือจะดีที่สุดถ้าได้มากกว่าเพื่อนบ้านตำบลใกล้ ๆ กันนี่ ไม่อย่างนั้นเขาไม่ไปหรอกครับ หลัง ๆ มานี่ติดครับผู้ใหญ่บ้านเรียกประชุมยังถามหาค่าเดินทางเลย(ฮา) งานเกษตรอินทรีย์ที่ทางจังหวัดอุดรธานีจัดขึ้นมาและให้แต่ละอำเภอเกณฑ์คนมาร่วมชมงานนั้น ผมว่าถ้าทำดี มีการบริหารจัดการที่ดี สถานที่เหมาะสม คงไม่ต้องมีการเกณฑ์คนให้มาร่วมงานแน่นอนครับ เมื่อรู้ว่าทางอำเภอให้ผมพามวลชนในพื้นที่ไปร่วมงาน(แบบออกเงินเอง อำเภอไม่มีให้) ผมก็พอนึกภาพออกแล้วล่ะครับว่างานมันจะเป็นยังไง ซึ่งพอได้มาจริง ๆ ก็ไม่ผิดคาดแต่อย่างใด ดีหน่อยที่ อบจ.อุดรธานี นำนวัตกรรมของเค้ามาโชว์ ส่วนอื่นเห็นมีแต่บูธขายปุ๋ยเคมี สงสัยอยู่เหมือนกันว่ามันอินทรีย์ตรงไหน(วะ)