บ่ายวันนี้ท่านปลัดเรียกพนักงาน ลูกจ้างในส่วนของสำนักปลัดประชุม เพื่อมอบหมายงานและติดตามงานที่มอบไปว่าไปถึงไหนแล้ว โดยเฉพาะการเตรียมงานที่กำลังจะมาถึงอย่าง งานประเพณีลอยกระทง ที่ อบต.โคกกลาง อบต.เล็ก ๆ จัดเป็นประจำทุกปี บางปีได้รับคำชมจากชาวบ้านที่มาเห็นว่าจัดได้ดีกว่าที่อำเภอซะอีก แต่ก็ใช่ว่าจะดีอย่างเดียว อย่างปีที่แล้วก็มีการน้อยอกน้อยใจกันเกิดขึ้น อาการน้อยใจเกิดจากการเข้าใจผิด หรือตั้งใจให้เป็นอย่างนั้นผมก็ไม่ทราบ เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ สมาชิก อบต. น้อยใจว่านายกเอาใจผู้ใหญ่บ้านมากเกินไป เรียกผู้ใหญ่บ้านไปนั่งโต๊ะ แต่กับสมาชิกไม่ยอมเรียก แต่นายกกลับคิดว่า งานนี้สมาชิก อบต. เป็นเจ้าภาพทุกคนเพราะ อบต. เป็นคนจัดงาน เพราะฉะนั้นเจ้าภาพต้องเป็นคนเรียกแขก เชิญแขกมานั่ง แล้วเจ้าภาพทุกคนควรช่วยกันรับแขก ไม่ใช่ให้ใครมารับตัวเอง ผมไม่ทราบว่าที่อื่นเป็นยังไง แต่ที่นี่เป็นอย่างนี้ โดยเฉพาะสมาชิก อบต. (ต้องวงเล็บไว้หน่อยว่าบางคน) ชอบที่จะให้พนักงานไปคอยต้อนรับเอาอกเอาใจเพื่อจะโชว์ชาวบ้านหรือเปล่าไม่ทราบ แต่งานอย่างนี้แขกเยอะครับ เราต้อนรับแทบไม่ไหว บางปีหัวหน้าส่วนราชการมาทั้งอำเภอก็มี เราก็ต้องรับแขกเหมือนอย่างที่นายกว่า เจ้าภาพควรจะช่วยกันรับแขก ไม่ใช่มาต้อนรับกันเอง เท่าที่ผมเห็นมาหลายงานมีไม่มากคนหรอกครับที่เป็นแบบนี้ ส่วนมากมักจะเป็นคนหน้าเดิม ๆ นั่นแหละครับ นี่ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งแกสอบตกขึ้นมา จะเป็นไงบ้างก็ไม่รู้เนอะ…
Blog Archives
ใจน้อยลอยกระทง
October 26, 2011พัฒนาชุมชนแบบ สตีฟ จ็อบส์
October 10, 2011คงไม่ต้องอธิบายนะครับว่า สตีฟ จ็อบส์ คือใคร คุณหนุ่มเมืองจันท์ แห่งมติชนบอกว่า จากนี้ไปถ้าจะเช็คอายุใครต้องใช้คำถามว่า 6 ตุลาคม คือวันอะไร ถ้าคำตอบเกี่ยวกับการเมืองแสดงว่าแก่แล้ว ถ้าตอบว่ามีความเกี่ยวข้องกับสตีฟ จ็อบส์ยังไงนี่แสดงว่ายังหนุ่ม ยังสาวอยู่ (ฮา) ต้องยอมรับว่า สตีฟ จ็อบส์ เก่งมากที่ทำให้เครื่องมือเครื่องใช้ตระกูล i ของเขาเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเราได้ ตัวเขาบอกอยู่เสมอว่า ให้ทำในสิ่งที่รัก แล้วจะสำเร็จ ความจริงหลักคิดในการทำงานของเขามีมากกว่านี้ เราลองมาไล่ดูที่ละอย่างแล้วนำมาปรับใช้ในงานพัฒนาชุมชนบ้างคงจะดี ลองดูนะครับ เริ่มจากข้อแรก ทำในสิ่งที่รัก อันนี้สำคัญนะครับ ลองถามตัวเองให้ดี ตอบตัวเองให้ชัดว่า ตำแหน่งพัฒนาชุมชนคือสิ่งที่คุณรักหรือเปล่า หรือคุณจะรอวันที่จะได้เป็นรองปลัด หรือตำแหน่งอื่น ๆ แล้วก็มาบอกว่าเพื่อความก้าวหน้าในชีวิตราชการตำแหน่งนี้ก็สามารถพัฒนาชุมชนได้ ข้อที่สอง เปลี่ยนแปลง(โลก) ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงโลกเหมือนที่สตีฟ จ็อบส์ทำหรอกครับ เอาแค่เปลี่ยนทัศนคติของชาวบ้านได้นี่ สุดยอดแล้ว อย่างเรื่องพอเพียงชาวบ้านเขารู้เท่านั้น แต่ทัศนคติเขายังเหมือนเดิม ทำยังไงถึงจะเปลี่ยนได้ และลองเปลี่ยนตัวเองบ้างจะดีที่สุด ข้อที่สาม ความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาชุมชนหลายคนไม่เคยใช้ความคิดสร้างสรรค์เลยทั้งที่ตัวเองก็มี หลายคนไม่ได้ทำงานพัฒนาชุมชนเลยเพราะมัวแต่ทำงานสังคมสงเคราะห์จ่ายเบี้ยยังชีพ พอพ้นวันที่ 10 ของเดือนแล้วก็สบายแล้ว คุณเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า [...]
กลัวหรือเขิน
September 15, 2011เวลาที่มีอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน ชาวบ้านที่ตำบลโคกกลางรู้ดีว่าต้องโทรไป 1669 แต่ที่เข้าใจผิดคือ คนที่รับสายคือเจ้าหน้าที่ของ อบต.โคกกลาง พอไปเจอเสียงที่ไม่คุ้น แถมพูดภาษาราชการด้วย เขาก็รีบวางสาย แล้วโทรมาเบอร์ อบต. โดยที่เราเองก็ไม่รู้รายละเอียดของคนไข้เลยว่าเป็นยังไง พอเราแจ้งไปทางศูนย์ถูกหาว่าเราอยากได้เคสเลยไปโกหกเขา (เคยมีเคสอย่างนี้จากหน่วยกู้ชีพของเอกชน) ทำไมไม่ให้ผู้พบเหตุแจ้งเขาเอง อยากบอกเขา (ผู้เข้าเวรที่ศูนย์) เหลือเกินว่า ผู้แจ้งเขาย่านการเว้าไทย ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ที่เขากลัวการพูดภาษาของภาคกลางเป็นเพราะอะไร กลัวพูดไม่ถูก หรือเขินที่จะพูดเพราะไปว่าคนอื่นไว้เยอะหรือเปล่า แม้กระทั่ง อปพร. หรือกู้ชีพบางคนไม่กล้าตอบโต้วิทยุสื่อสารเป็นเพราะอายกลัวพูดภาษาไทยไม่ถูกครับ บางคนอ้างเรื่องจำรหัสไม่ได้ไปโน่นเลย เรื่องนี้เป็นความกลัวของคนอีสานที่แก้ยังไงก็ไม่หายซะที ขณะเดียวกันถ้าไปอยู่ที่อื่นก็อายที่จะพูดภาษถิ่นอีก กลัวว่าจะมีคนรู้ว่าอยู่อีสานหรือไง ในขณะที่หลายพื้นที่กลับห่วงว่าคนรุ่นใหม่จะพูดภาษาอีสานบ่อเป็น เดี๋ยวนี้แม่รุ่นใหม่จะสอนลูกตั้งแต่ยังแบเบาะด้วยการพูดคุยกับลูกเป็นภาษาไทยกลาง ทำให้เขาคุ้นเคยตั้งแต่ยังเด็ก โตขึ้นมาเขาจะพูดภาษถิ่นได้เองตามสภาพแวดล้อม แต่ก็ยังไม่วายมีคนข้างบ้านมากระแนะกระแหนว่าดัดจริตสอนลูกให้พูดไทย พาลทำให้บางคนเลิกสอนลูกไปเลย คงต้องอดทนรอดูแหล่ะครับว่า สองแนวทางนี้อันไหนใช้ได้ดี อันไหนใช้ได้ดีมากกว่า คนที่อดทนคือผู้ชนะ
เมืองไทยเมืองหนังสือโลก
August 27, 2011เรื่องของเมืองไทยได้เป็นเมืองหนังสือโลก คงเป็นข่าวมาตั้งแต่ ยูเนสโก ประกาศให้ กรุงเทพมหานคร เป็น เมืองหนังสือโลก หรือ Word Book Capital ครั้งที่ 13 ประจำปี 2556 เมื่อปลายเดือนมิถุนายนแล้วล่ะครับ แต่ผมเพิ่งจะมาทราบเอาตอนที่ผู้ว่ากรุงเทพออกมาบอกทางทีวี ผ่านการโฆษณาเรื่องนี้แหละครับ คุณสมบัติหนึ่งในห้าข้อของเมืองที่จะได้รับเลือกเป็นเมืองหนังสือโลกคือ มีโครงการสนับสนุนการพัฒนาหนังสือและการอ่าน แม้จะมีโครงการแต่หลายคนก็สงสัยว่าไทยได้เป็นเจ้าภาพได้อย่างไรเพราะคนไทยอ่านหนังสือน้อยมาก สำนักงานสถิติแห่งชาติไปสำรวจเมื่อปี 2549 พบว่าคนไทยใช้เวลาอ่านหนังสือเฉลี่ยวันละ 1.59 ชั่วโมง ล่าสุดเป็นสถิติที่โฆษกกรุงเทพบอกว่าคนไทยอ่านหนังสือเพียงวันละ 39 นาทีเท่านั้น…..แม่เจ้า ทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล ผมเห็นเขารณรงค์เชิญชวนกันอ่านหนังสือมาตลอด แต่ก็ไม่เห็นชาวบ้านอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นเลย ซึ่งผมมองว่ามันเป็นวัฒนธรรมของชาวบ้าน ผู้คนตามหมู่บ้านในชนบทส่วนมากมักจะทำนา ทำสวน หรือทำไร่ ที่ต้องออกจากบ้านตั้งแต่เช้า กลับเข้าบ้านเย็นย่ำ และไม่มีวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ หลังจากมาถึงบ้านทานข้าวเย็นเรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านเขามักจะคุยกันสารพัดเรื่องล่ะครับ ทั้งการบ้านและการเมือง แล้วแต่ช่วงนั้น ๆ จะมีอะไรเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ เขาไม่แยกตัวเข้าห้องอ่านหนังสืออยู่คนเดียวเหมือนคนเมือง แต่เขาจะมีสังคมการพูดคุยแทน ข้อมูลที่นำมาพูดคุยจากทีวีบ้าง จากการพูดคุยกับเกษตรอำเภอบ้าง จากหมอดินบ้าง จากครูในหมู่บ้านบ้าง จากลูกหลานที่เรียนหนังสืออยู่ในเมืองบ้าง [...]
ไปอบรมก็มีการเลือกสีนะจ๊ะ
August 14, 2011ไม่ใช่ปัญหาอะไรครับเลือกก็เลือก (ฮา) หลายท่านคงจะเคยเห็นเวลาที่เราไปนั่งฟังบรรยายในการอบรมหลักสูตรต่าง ๆ หรือบางท่านอาจจะเคยนำไปใช้ประกอบการบรรยายเวลาฝึกอบรมเหมือนกัน ผมก็เคยใช้ มันเป็นการพักเบรคเพื่อนึกทบทวนเรื่องที่จะพูดต่อไปได้ดีทีเดียว มันจะเป็นภาพตัวอักษรสีต่าง ๆ แต่สีที่ใช้เขียนตัวอักษรนั้นเป็นคนละสี แล้ววิทยากรก็จะให้เราอ่าน ส่วนมากมักจะให้อ่านตัวอักษรก่อนแล้วเรามักจะอ่านถูกต้อง แต่พอวิทยากรให้พวกเราอ่านสีที่เขียนเรากลับอ่านไม่ค่อยจะถูก เป็นตะกุกตะกักแบบไม่คล่องเอาซะเลย ที่มันเป็นอย่างนี้ผู้รู้ท่านบอกว่า เป็นเพราะเราใช้สมองด้านซ้าย (เหตุผล) มากกว่าสมองทางด้านขวา (ความรู้สึก) ซึ่งท่านบอกว่ามันเป็นเรื่องปกติของคนเราที่ใช้สมองทางด้านซ้านมากกว่าทางด้านขวา ใช้เหตุผลมากกว่าความรู้สึก ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นที่บ้านหมู่ 8 ขณะนี้ ผมว่าคงเป็นเพราะชาวบ้านใช้สมองซีกซ้านมากกว่าซีกขวาแน่เลย ถ้าเขามาคุยกันด้วยความรู้สึก คุยกันด้วยสมองซีกขวา เขาน่าจะรู้ถึงความคับอกคับใจของอีกฝ่าย แม้จะไม่เห็นด้วยแต่ขอให้เข้าใจว่าทำไมฝ่ายโน้นถึงทำอย่างนั้น แค่นี้น่าจะทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีกว่านี้ ผมไม่ทราบว่าความขัดแย้งที่ชาวบ้านแย่งจักรเย็บผ้ากันนี้ผู้บริหารได้รับทราบหรือยัง ผมได้รับรู้มาจากชาวบ้านอีกทีว่า ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้งานเย็บผ้ามา แล้วจักรไม่พอเย็บเลยอยากได้จักรมาเพิ่ม แต่ชาวบ้านอีกกลุ่มที่ไม่มีงานไม่อยากให้เพราะถือว่าฉันก็เป็นสมาชิกกลุ่มเย็บผ้าเหมือนกันฉันก็มีสิทธิใช้ (แม้จะไม่ได้ใช้) ตอนที่ไปอบรม สคบ. มีเรื่องนี้พอดีครับ วิธีการเจรจาไกล่เกลี่ย คงได้ใช้งานก็คราวนี้แหละ ขอตัวไปเปิดตำราก่อนนะครับ