ท่านที่ติดตามข่าวสารเป็นประจำคงได้เห็นข่าวนี้ทางทีวีและหนังสือพิมพ์ไปแล้วเมื่อวานนี้ (27 ม.ค. 2555) แต่สำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่และมีคนร่วมบ้านเรียนหนังสืออยู่ที่ อ.พ. รับรู้เรื่องเหล่านี้มาเป็นระยะ ๆ ผ่านทาง Social Network ชื่อดังอย่าง Facebook เรื่องนี้มันตั้งเค้ามาตั้งแต่คราวประชุมผู้ปกครองปีที่แล้วแล้วล่ะครับ (หรืออาจก่อนหน้านั้น) ที่ผู้ปกครองบางคนไม่ยอมไปร่วม และบรรดานักเรียนก็พยายามจะไม่ให้ผู้ปกครองไปร่วมประชุม เพราะไม่อยากให้ผู้ปกครองไปบริจาคเงินเพื่อสร้างอะไรบางอย่าง เริ่มเสียงดังขึ้นเมื่อมีการก่อสร้างขึ้นบริเวณด้านหน้าโรงเรียน บางคนถึงกับบ่นออกมาดัง ๆ ในขณะที่ไปรับลูกหน้าโรงเรียนว่า สิ่งก่อสร้างได้ทำลายภาพอันสวยงามที่เคยเห็นเป็นประจำ นั่นก็คือภาพนักเรียน อ.พ. ทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่พากันเล่นกีฬายามเย็น และเสียงดังมากขึ้นผ่านทาง Facebook ใครที่มีเพื่อน อ.พ. คงจะทราบว่าก่อนวันที่ 27 มีการชวนกันออกไปเดินทาง Facebook แล้วนะครับ ยิ่งคืนวันที่ 26 ยิ่งคึกคัก ไม่ว่านักเรียน อ.พ. จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันก็เหมือนกับที่อื่น ๆ ทั่วโลกนั่นแหละครับ ม็อบ Social Network ม็อบ Facebook ภาพประกอบจาก ผู้จัดการ
Blog Archives
ที่นี่น้ำไม่ท่วม มีแต่ความขัดแย้ง
October 21, 2011เมื่อคนสองคนที่ความเห็นไม่ตรงกันจะมาคุยกันแบบไม่ทะเลาะกันนี่ผมว่ายากแล้ว สองคนที่มีความเห็นไปในทางตรงกันข้ามแบบนี้ยังมีกลุ่มคนสนับสนุนตัวเองอีกฝ่ายละไม่น้อยแล้วจะให้มาคุยกันกลางวงฝ่ายสนับสนุนทั้งสองคงเป็นไปได้ยากเหมือนกับที่ใครบางคนคิดว่าน้ำจะไม่ท่วมกรุงเทพ ที่นี่น้ำไม่ท่วม มีแต่ความขัดแย้ง… ที่ตำบลโคกกลางมีหมู่บ้านหนึ่งซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่และเป็นหมู่บ้านชายแดน คือมีเขตติดต่อกับอำเภออื่น คนในหมู่บ้านนี้จะแบ่งเป็นสองกลุ่ม (หรืออาจจะมากกว่านี้) ให้เห็นชัดเจนเมื่อมีการประชุมหรือจัดเวทีประชาคม และชัดเจนมากขึ้นเมื่อมีการเลือกตั้ง แม้จะเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ แต่ที่นี่ไม่มีโรงเรียน ไม่มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก แต่มีชื่อของหมู่บ้านเป็นชื่อโรงเรียนและตั้งอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง ผมไม่ทราบสาเหตุที่เป็นอย่างนี้ ได้แต่เดาเอาว่าความขัดแย้งของคนในหมู่บ้านคงเป็นสาเหตุหนึ่ง ล่าสุด…มีความเห็นไม่ตรงกันกรณีใช้วัดเป็นสถานที่หล่อพระ กลุ่มหนึ่งให้ใช้ได้ กลุ่มหนึ่งไม่อยากให้ใช้ ในที่สุดกลุ่มแรกชนะแต่หลังเสร็จงานค่าน้ำค่าไฟที่ตกลงกันไว้ว่าจะจ่ายให้วัดไม่มี กลุ่มหลังไปทวงเลยเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันใหญ่โตทั้งโยมทั้งพระ จนชาวอำเภอนี้รู้กันทั่วจากการแจ้งความไว้ที่โรงพัก ถ้าที่นี่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมเหมือนอย่างที่กรุงเทพตอนนี้ ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าชาวบ้านที่นี่จะผ่าวิกฤติออกไปได้อย่างไร ภาพประกอบจาก google+ suthichai yoon
Tablet นักเรียน
July 11, 2011พอพูดถึง Tablet หลายคนอาจจะงง แต่ถ้าบอกว่า iPad หรือ Samsung Galaxy Tab หลายคนอาจจะยิ้มแล้วบอกว่า แบบนี้รึไงที่รัฐบาลจะเอามาแจกให้เด็ก ป.1 ใช้ ใช่แล้วครับ นี่เป็นอีกหนึ่งนโยบายของพรรคเพื่อไทยครับที่จะแจก Tablet ให้กับนักเรียนทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเรียน ที่น่าจะเป็นการสืบค้นข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต และเรื่องนี้ไปพ้องกันโดยบังเอิญกับประเทศเกาหลีใต้ ที่ชาวไทยกำลังคลั่งเขาอยู่ กระทรวงศึกษาของเกาหลีใต้เขาประกาศว่าจะนำโรงเรียนของเขาสู่ยุคดิจิตอลภายในปี 2558 เด็กนักเรียนจะใช้ Tablet ในการเรียนหนังสือแทนการหิ้วสมุด หนังสือไปโรงเรียน ตอนนี้เขากำลังทำการแปลงพวกหนังสือตำราเรียนทั้งหลาย ทั้งปวงของเขาให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ดิจิตอล ติดตั้ง Server ให้กับทุกโรงเรียนเพื่อเป็นที่จัดเก็บข้อมูล พวกตำราดิจิตอลทั้งหลายแหล่ เพื่อให้การเข้าถึงข้อมูลเป็นไปด้วยดีและเรียบร้อย เห็นข่าวของชาวเกาหลีแล้วได้แต่หัวเราะแหะ ๆ กับตัวเองด้วยความเศร้า นี่ลูกเราจะได้เครื่องมือมาเล่นเกมส์ หรืออุปกรณ์การเรียนล่ะเนี่ย…กลุ้ม
ร้องเพลงด้วยโน๊ตตัวเดียวกัน…มันไม่เพราะ
September 10, 2010สงสัยมานานแล้วว่าทำไมบ้านเราถึงชอบแต่งตัว ใส่เสื้อผ้าด้วยชุด ด้วยสีที่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเรียนหนังสือ หรือทำงาน เรามักจะได้รับการร้องขอให้สวมเสื้อสีนั้น สีนี้ ในวันนั้น วันนี้ ตลอดมา ตอนเรียนหนังสือเคยถามครู-อาจารย์ ได้รับคำตอบว่าเพื่อเป็นการฝึกให้เรามีวินัย และจะได้แยกแยะได้ว่าใครเป็นนักเรียนโรงเรียนไหน เพราะเวลาไปแอบทำอะไรถ้าโดนจับได้มักจะบอกว่าเรียนอยู่ที่ที่ไม่ใช่โรงเรียนตัวเอง (เหตุผลนี้ผมชอบมาก) พอเรียนจบแล้วออกมาทำงานดีขึ้นมาบ้างนิดหน่อย แต่เวลาไปอบรมนี่ซิครับ บอกเป็นกฎ กติกา มารยาทมาเลยว่า ต้องใส่เสื้อสีนี้ กางเกงสีนี้ รองเท้าสีนี้ ร้องเพลงด้วยโน๊ตตัวเดียวกัน มันจะไปเพราะได้ยังไง มันต้องมีโน๊ตที่แตกต่างบ้าง มีคีย์ที่สูงบ้าง ต่ำบ้าง อย่างสวยงาม มันถึงจะเป็นการประสานเสียงที่ไพเราะ
แม่บอกว่า…
August 11, 2010สมัครบัตรเครดิตซิตี้แบงค์ รับบัตรกำนัลเทสโก้โลตัส มูลค่า 500 บาท เฉพาะที่ Silkspan เท่านั้น ผมเกิดมาในหมู่บ้านที่ห่างไกลหมอ ห่างไกลครูและห่างไกลจากหลายอย่าง ห่างจากที่ตั้งของศาลากลางจังหวัดเก้าสิบห้ากิโลเมตร แน่นอนว่าผู้ที่ทำคลอดผมเป็นหมอตำแยที่อยู่ใกล้แม่ผมมากกว่าหมอประจำโรงพยาบาล เติบโตมาแบบจูงวัว เลี้ยงควาย ใช้ชีวิตตามประสาคนบ้านนอกทั่ว ๆ ไป พออายุครบเกณฑ์เรียนหนังสือก็เข้าเรียนโรงเรียนประจำหมู่บ้าน โรงเรียนที่มีครูผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เมื่อมีครูคนใหม่มา แม่มักจะให้มาพักที่บ้านของเรา บ้านของเราที่มีห้องนอนเล็ก ๆ ไว้ให้พอพักอาศัยได้คนหนึ่ง แม่ให้พักด้วยความเต็มใจ ไม่คิดค่าเช่าค่าอะไรทั้งนั้น ผมเห็นอย่างนี้จนชินและผมก็ไม่เคยถามแม่สักทีว่าทำไมแม่ถึงทำอย่างนั้น ไม่ถามจนกระทั่งถึงตอนนี้ ผมคิดว่าแม่คงมีเหตุผลของแม่ จนเมื่อไม่นานมานี้แม่ได้เล่าให้ฟังตามประสาผู้เฒ่าที่นึกถึงความหลัง แม่บอกว่าที่ให้ที่พักพิงแก่ผู้อื่นที่เขามาบ้านเรา ต้อนรับเขาเหมือนญาติสนิทนั้น แม่หวังว่าในอนาคตถ้าหากลูกของแม่ไป(รับราชการ)ที่อื่น จะได้มีคนต้อนรับขับสู้ ถึงจะไม่เท่ากับที่แม่ทำไว้แค่มีบ้างก็ยังดี ผมได้ฟังแล้วนึกถึงตัวเอง ผมก็เป็นเหมือนครูที่ผมเคยเห็นตอนเด็กมาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองแค่ได้ยินเสียง มาเด้อกินข้าว ก็ดีใจแล้ว ต้องบอกว่าวิสัยทัศน์ของแม่สุดยอด ไม่ว่ายังไงแม่ก็ยังห่วงลูกเสมอห่วงแบบที่ผมเองยังนึกไม่ถึงเลยนะเนี่ย ภาพประกอบจาก : www.chomthai.com