Tweetตามที่ผมได้นำเสนอ ยุบราชการส่วนภูมิภาค ไปและฟันธงเหมือนหมอลักษณ์ว่า ผู้ปกครองของเราคงไม่ยอมง่าย ๆ โดยเฉพาะคนมหาดไทย เป็นไปตามคาดครับ รมช.มหาดไทย ที่ดูแลงาน อปท. ออมมาบอกว่า สังคมยังไม่พร้อม อปท.ยังไม่พร้อม (ตามสูตร) งานบางอย่างที่มอบหมายให้ อปท.ทำ อปท.ก็ทำไม่สำเร็จ แล้วเวลาที่รัฐบาลสั่งการก็สั่งผ่านผู้ว่า เกษตรจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด เป็นต้น บอกแล้วว่า ยุบราชการส่วนภูมิภาค..ไม่ง่าย ไม่ง่ายน่าจะเป็นเพราะข้อเสนอนี้เป็นข้อเสนอที่ยอดเยี่ยม ที่เพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นมากขึ้น ไม่ได้เป็นการเพิ่มให้นักการเมืองอย่างเดียวนะครับ แต่เพิ่มอำนาจให้ภาคประชาชนมากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมด้วย พออำนาจการตรวจสอบของประชาชนมีมากขึ้น เจ้าของอำนาจเดิมอย่างนักการเมือง และข้าราชการประจำไม่ชอบหรอกครับ ดูง่าย ๆ แค่เรื่องโอนการศึกษา และสาธารณสุขให้ท้องถิ่น จนป่านนี้ยังไปไม่ถึงไหนเลย ผมเองก็ทำงานอยู่ท้องถิ่นแต่ก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร ถ้าโอนงานมาให้ท้องถิ่นและมีผลทำให้ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น คลอดออกมาได้รีบโอนมาเถอะครับรอมาสามปีแล้ว จะได้แก้ไขปัญหาการเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลได้ซะที นี่ขนาดรัฐธรรมนูญปี 50 เขียนบังคับไว้ให้ ครม. ดำเนินการจัดทำหรือปรับปรุงกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับ อปท. ให้แล้วเสร็จภายในสองปี ยังเป็นยังงี้ เรื่องนี้ไม่มีใครช่วยคนท้องถิ่นได้หรอกครับ นอกจากพวกเราคนท้องถิ่นด้วยกันเอง ขอเชิญร่วมเข้าชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ. ของคนท้องถิ่นกันครับ ภาพประกอบจากบล็อกปลัดปรีชา กงภูธร
Blog Archives
ยุบราชการส่วนภูมิภาค..ไม่ง่าย
April 27, 2011ยุบราชการส่วนภูมิภาค
April 19, 2011Tweetผมเห็นข่าวเมื่อเช้านี้ว่า นายอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย แถลงข้อเสนอการปฏิรูปประเทศ ครั้งที่ 2 ว่า ได้เสนอให้ยกเลิกการบริหารราชการส่วนภูมิภาค (จังหวัด อำเภอ) ลงทั้งหมด และให้โอนอำนาจบริหารจัดการทรัพยากร เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองท้องถิ่นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. ตามข่าวยังบอกรายละเอียดอีกว่า ให้ อปท. เป็นผู้จัดการเกี่ยวกับที่ดิน ป่า น้ำ เป็นผู้บริหารโรงเรียนและวิทยาลัยท้องถิ่น วางแผนพัฒนาในท้องถิ่น กำหนดอัตราภาษีบางประเภทในท้องถิ่นของตนเองได้ ออกกฏเกณฑ์และมีตำรวจของตนเองดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและมีระบบราชการของตนเอง เป็นต้น พอเห็นข่าวนี้ไม่อยากอ่านรายละเอียดต่อหรอกครับ ผมคิดว่ารัฐบาลไม่ทำแน่ ๆ ไม่ว่ารัฐบาลนี้ หรือรัฐบาลหน้า ด้วยเหตุผลสุดแสนคลาสสิคว่า ท้องถิ่นไม่พร้อม แล้วก็กลุ่มคนที่จะออกมาต้านกลุ่มแรกคือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่จะต้องถูกลดบทบาท และอีกกลุ่มที่น่าจะรับไม่ได้คือครูที่ต้องมาอยู่กับ อปท. ที่มีนักวิชาการศึกษาที่เป็นลูกศิษย์ของตัวเองนักเป็นหัวหน้าส่วนอยู่ อย่าเพิ่งตกอกตกใจไปครับพี่น้องทั้งหลาย อีกนานครับกว่าจะเป็นอย่างนั้น ผู้ปกครองของไทยเราคงไม่ยอมเปลี่ยนแปลงอะไรง่าย ๆ หรอกครับโดยเฉพาะอย่างยิ่งไอ้ที่ทำให้สูญเสียอำนาจที่เคยมี ไม่เชื่อลองไปถามคนมหาดไทยดู ถ้าไม่ได้คำตอบลองถาม สาวพลังสูง ดูอาจทำให้จิตใจดีขึ้น
บางอย่างเลียนแบบกันไม่ได้
March 30, 2011Tweetปกติแล้ว อปท. แต่ละแห่งแต่ละที่จะตั้งงบประมาณที่เกี่ยวกับการศึกษาดูงานไม่เหมือนกันนะครับ อบต.เล็ก ๆ อย่างโคกกลางตั้งไว้แบบปีเว้นปีครับเพื่อจะได้เจียดงบประมาณอันจำกัดนี้ไปพัฒนาอย่างอื่นบ้าง เรื่องแบบนี้ไม่ได้มีกฏระเบียบบังคับไว้หรอกครับอยู่ที่เรา บาง อปท. บาง อบต. ไม่ว่าเล็กใหญ่เห็นไปกันทุกปี ถามว่ามันจำเป็นมั้ยที่ต้องไปดูงานคนอื่น ผมก็ต้องตอบว่าจำเป็นครับ บางเรื่องบางอย่างที่ผมของบประมาณไปแล้วไม่ได้ พอไปเห็นที่อื่นเขาทำกลับมาแล้วมาอนุมัติงบก็มีออกบ่อยไป บางทีเราคิดว่าเราเจ่งแต่พอเราไปเห็นคนอื่นเราจ๋อยไปเลยล่ะครับ ยังไงก็ตามคงไม่จำเป็นถึงขนาดต้องไปดูงานมันทุกปีเหมือนบางแห่งนะครับ สิ่งไหนที่เราเห็นว่าดี เรานำมาประยุกต์ใช้ในองค์กรของเราเพื่อให้มันเกิดประโยชน์บ้าง แต่ก็มีบางอย่างเหมือนกันที่นำมาใช้กับเราไม่ได้ อย่างเช่น ตู้ใส่หนังสือที่ออกจาก อบต. แจ้งเรื่องต่าง ๆ ไปยังหมู่บ้าน แทนที่จะส่งให้สมาชิกสภาฯ หรือผู้ใหญ่บ้าน เราก็นำมาใส่ไว้ในตู้ใส่หนังสือตามช่องหมู่บ้าน สมาชิกสภาฯ หรือผู้ใหญ่บ้านก็จะมาเปิดหยิบไปเอง แบบนี้สะดวกดีทั้งคนส่งคนรับ แต่นำมาใช้กับโคกกลางไม่ได้แน่นอนครับ ตอนนี้เราใช้วิธีให้คนขับรถเวียนไปส่งหนังสือทุกหมู่บ้าน และบางครั้งผู้รับไม่อยู่บ้านฝากไว้แล้วหนังสือหายก็มี หรือได้รับแล้วบอกว่าไม่ได้รับ จนหลัง ๆ เราต้องให้ลงชื่อรับหนังสือ ก็หาว่าเราเรื่องมาก สรุปแล้วคือถ้ามีหนังสือเชิญประชุมแล้วไม่ได้มาประชุมโทษผู้ส่งหนังสือก่อน ขนาดที่เรานำหนังสือไปส่งให้กับมือยังเป็นแบบนี้ จะให้มาเปิดตู้รับหนังสือเองฝันไปเถอะ ของบางอย่างเลียนแบบกันไม่ได้จริง ๆ
เว็บชมรมพัฒนาชุมชน อปท.หายไปไหน
January 17, 2011Tweetเข้าไปที่เว็บบอร์ด phpbb (ของเค้ามีสองบอร์ด) ของชมรมพัฒนาชุมชน อปท. แห่งประเทศไทย วานนี้สักบ่ายสามก็ไม่เจอแล้วครับ เจอแต่หน้าตาแปลก ๆ แบบนี้ ผมเดาเอาเองว่าน่าจะเป็นการที่ไม่ได้ต่ออายุโดเมน จะ mail ไปถามไถ่คุณชัชรึ ก็ไม่มี mail คุณชัชเลย เบอร์โทรอย่าถามหาซะให้ยาก ไม่มีเหมือนกันครับ เอาเป็นว่า สมาชิกชมรมพัฒนาชุมชน อปท. ท่านใดที่พอจะทราบข่าวแจ้งมาที่นี่ก็ได้ครับ เพื่อนสมาชิกท่านอื่น ๆ จะได้รู้ ขอบคุณครับ (จะมีหรือเปล่าก็ไม่รู้…..ทุกครั้งไม่เห็นมีเลย 555)
กว่าจะได้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
October 29, 2010Tweetก่อนหน้านี้นานมากแล้ว ก่อนที่จะมีการกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ต่อไปนี้ผมจะเรียกย่อ ๆ ว่า อปท.) การสงเคราะห์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ อยู่ในความดูแลของกรมประชาสงเคราะห์ ผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพต้องเป็นผู้ที่มีรายได้น้อย ไม่พอแก่การยังชีพ หรือถูกทอดทิ้ง ขาดผู้อุปการะเลี้ยงดู หรือไม่สามารถที่จะประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ ในตอนนั้นผู้สูงอายุได้รับเบี้ยยังชีพคนละ 300 บาทต่อเดือน ต่อมา เมื่อมีแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. พ.ศ.2545 กำหนดให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (ประชาสงเคราะห์เดิม) ถ่ายโอนภารกิจการสงเคราะห์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้ อปท. และยังใช้ระเบียบเดิมอยู่ คือจ่ายเดือนละ 300 บาท ในปี 2548 ได้มีการประกาศใช้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยแทนระเบียบกรมประชาสงเคราะห์เดิม แล้วให้ อปท. เป็นผู้คัดเลือกผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยเบี้ยที่ได้รับส่วนหนึ่งมาจากเงินอุดหนุนของรัฐบาล ส่วนหนึ่งมาจากเงินรายได้ของ อปท. เอง เมื่อให้ อปท. เป็นผู้คัดเลือกผู้สูงอายุมารับเบี้ยยังชีพ ปัญหามันก็เกิดขึ้นสิครับเจ้านาย เมื่อมีการคัดเลือกผู้สูงอายุมารับเบี้ยยังชีพไม่เป็นไปตามระเบียบ เล่นพรรคเล่นพวก และมีบาง อปท.จ่ายได้มากกว่า 500 บาง อปท.จ่ายได้แค่ 300 ทำให้เกิดการเปรียบเทียบกันใน อปท.ที่อยู่ใกล้กัน ต่อมารัฐบาลมีนโยบายให้สิทธิเท่าเทียมกันแก่ผู้สูงอายุทุกคน เกิดโครงการหลักประกันรายได้ผู้สูงอายุ ทำให้มีการจ่ายเบี้ยยังชีพ [...]