ผม(สามเหน่ง)ได้เคยพูดไปหลายที หลายโอกาส หลายสถานที่แล้วว่า คนที่จะพึ่งตนเองได้นั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือใจ ใจต้องพร้อมที่จะอยู่อย่างพึ่งตนเอง ถ้าใจของเราไม่พร้อมเราจะทำอะไรไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นใจสำคัญที่สุด เมื่อเราตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะพาครัวเรือนอยู่อย่างพึ่งตนเองแล้ว มันสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว ที่เหลืออาศัยความขยัน ความอดทนของเราเองว่าจะทำได้มั้ย กิจกรรมพึ่งตนเองที่ผม(สามเหน่ง)ได้บอกท่านทั้งหลายไปแล้วคือการทำบัญชีครัวเรือน ทุกท่านคงทำกันได้แล้ว กิจกรรมเพื่อการพึ่งตนเองอีกสองกิจกรรมคือ การลดรายจ่าย และการเพิ่มรายได้ มาดูอันแรกกันเลยครับ กิจกรรมลดรายจ่าย จะลดรายการไหนท่านสามารถดูได้จากบัญชีครัวเรือนที่ท่านได้ทำไว้ รายรับกับรายจ่ายมันพอดีกันมั้ย ให้ตรวจสอบดู ถ้าท่านเห็นว่ารายจ่ายรายการไหนที่มันมากเกินไป รายจ่ายตัวไหนที่มันไม่เหมาะสม รายจ่ายตัวไหนที่มันแพงเกินไป ให้ท่านพิจารณาว่าจะลดตัวไหน จะเลิกตัวไหน แต่ถ้ามันจำเป็นอยู่ ท่านก็มาพิจารณาว่ามันมีวิธีการไหนบ้างที่จะทำให้ค่าใช้จ่ายนี้มันลดลงบ้าง อย่างเช่น ถ้าหากว่าท่านเป็นเกษตรกร ปัจจัยการผลิตอย่างปุ๋ยเคมีแพงมาก ท่านก็ทำการผลิตใช้เอง อย่างนี้เป็นต้น กิจกรรมอันต่อมาคือการเพิ่มรายได้ เมื่อท่านทั้งหลายได้พากันประหยัด อดออม เป็นการลดรายจ่ายอีกทางหนึ่งแล้ว ท่านก็ต้องหาทางเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือนของท่าน อย่างเช่นการหาอาชีพเสริมเข้ามาช่วย หรือถ้าหากว่าไม่มีความสามารถในอาชีพอย่างอื่น ท่านต้องขยันให้มากกว่าเดิม เพื่อทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น แต่อย่าลืมเรื่องความพอดี ไม่ใช่อดหลับ อดนอน ทำงานเพื่อให้ได้เงินมากขึ้นมันไม่คุ้มหรอกครับ อย่าลืมนะครับ สิ่งสำคัญที่สุดของการพึ่งตนเองคือใจครับ ถ้าใจของเราไม่รู้จักกับคำว่าพอ เราจะไม่มีความสุข และเราจะอยู่อย่างพึ่งตนเองไม่ได้…วันนี้ขอจบแค่นี้ก่อน
Blog Archives
พึ่งตนเองด้วยการลดรายจ่ายและการเพิ่มรายได้
March 4, 2010พึ่งตัวเองด้วยบัญชีครัวเรือน
March 2, 2010วันประวัติศาสตร์ทางการเมือง 26 กุมภาพันธ์ได้ผ่านพ้นมาแล้ว ผลการตัดสินเป็นอย่างไรทุกท่านคงทราบแล้ว และมันก็ได้นำการเมืองมาสู่มุมอับที่ไม่มีทางที่จะเดินไปต่อได้อีกแล้ว ถ้าไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นมันคงจะไม่จบง่าย ๆ ประวัติศาสตร์ทางการเมืองของไทยได้บอกไว้หลายครั้งแล้วว่า ถ้าไม่มีเหตุความรุนแรง ถ้าไม่มีคนตาย คนที่เป็นผู้นำคงไม่หยุดคิดหรอกครับ ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 49 ไม่ว่าจะด้วยมือของคนไทยเองหรือมือของมหามิตรที่อยู่แดนไกล มันได้บอกให้เราได้รู้ว่านับจากวันนี้ต่อไปในอนาคต เราต้องอยู่อย่างพึ่งตนเองแล้วครับ เลิกคิดที่จะพึ่งพาภายนอกโดยเฉพาะการพึ่งพาภาครัฐ พึ่งไม่ได้หรอกครับ ปล่อยให้เขาทะเลาะกันไป รบราฆ่าฟันกันไป ใครจะพูดอย่างไรไม่มีใครฟังหรอกครับ คนที่นั่งหัวเราะอยู่อาจเป็นมหามิตรจมูกโด่งจากแดนไกลก็เป็นได้ เราต้องหาทางพึ่งพาตัวเองให้ได้ ใครที่ทำก่อนแล้วประสบผลสำเร็จต้องมาช่วยเหลือเพื่อนบ้าน คอยแนะนำเขา เอาประสบการณ์ของตัวเองไปบอกต่อ เหมือนที่ผมนายเหน่งพยายามนำประสบการณ์ที่ตัวเองพบเห็นที่เขาเป็นผู้ที่ดำเนินชีวิตแบบพอเพียง มาบอกเล่าให้พี่น้องได้ฟังกัน เริ่มกันที่การทำบัญชีครัวเรือนที่ผมได้เล่าไปบ้างแล้วใน เศรษฐกิจพอเพียงอีกสักที ว่าได้มาจด จ่ายไปจด ทำให้เป็นนิสัย ในตอนนี้ผมนายเหน่งจะมาขยายความกันต่อครับ ต้องยอมรับกันตามความจริงว่า ในหมู่บ้านนั้นหาคนที่จะมาทำบัญชีครัวเรือนเป็นประจำนั้นยากเต็มที ส่วนมากหน่วยงานราชการนำสมุดบัญชีมาแจกชาวบ้านเขาก็ทำแค่นั้นล่ะครับ หมดแล้วหมดเลยไม่ทำต่อ และที่สำคัญคือการลงรายการ รายรับ ในบัญชีครัวเรือน มักจะลงเฉพาะที่เป็นตัวเงินเท่านั้น รายรับที่ไม่เป็นตัวเงินไม่นำมาลงด้วย เช่น ทิดเคนหาปลาได้มาสองตัวคิดเป็เงินเท่าไรต้องนำมาลงไว้ว่ารายรับมีกี่บาทวงเล็บไว้ด้วยว่า เป็นรายได้ที่ไม่ใช่ตัวเงิน แล้วในตอนเย็นเอาบัญชีนั้นมาตรวจสอบอีกทีว่าในวันนั้นมีรายการตัวไหนมาก รายรับหรือรายจ่าย ถ้ารายจ่ายมากตรวจต่อไปอีกว่ามีอะไรบ้างที่ไม่สมควรจ่าย คราวต่อไป วันต่อไปก็ให้ลดลงแล้ชีวิตจะมีความสุข