Blog Archives

ตะวันตก ตะวันออก

January 26, 2012

เมื่อคืนนี้ผมเห็นกระทู้หนึ่งที่ห้องหว้ากอ  เขาสงสัยว่าสุขภาพของคนตะวันตกน่าจะดีกว่าคนตะวันออก  เพราะคนตะวันตกอายุมากแล้วยังทำงานอยู่และดูแข็งแรง  ผิดกับคนตะวันออกซึ่งผมอยากวงเล็บต่อด้วยว่าโดยเฉพาะคนไทย  ที่พออยู่ในวัยเกษียรแล้วมักได้ยินว่าเป็นโรคนั้น  ป่วยอย่างนี้ ผมเชื่อของผมมาตลอดและเดี๋ยวนี้ก็ยังเชื่อว่า  ลักษณะการใช้ชีวิตและการทานอาหารของคนบ้านเราและเพื่อนบ้านแถบนี้มีผลทำให้เราอายุยืนและแข็งแรงกว่าพวกตะวันตก แต่ที่บ้านเรามีภาพอย่างที่เขาสงสัยกันอาจเป็นเพราะว่า  วัฒนธรรมของบ้านเราครับ พอพ่อ แม่ มีอายุมากหน่อยลูกหลานมักจะไม่ยอมให้ทำงาน  รวมถึงวัฒนธรรม  แก่แล้วให้เข้าวัดเข้าวา  เป็นร่มโพธิร่มไทรให้กับลูก ๆ อย่าทำอะไรมากนะเดี๋ยวเป็นอะไรไป ด้วย คนตะวันตกเขาแอกทีฟตั้งแต่หนุ่มจนแก่ครับ  ในขณะที่เรียน ม.ปลาย เขาทำงานเก็บเงิน  พอจบเขาออกไปดูโลกภายนอกว่ามันเป็นยังไงบ้าง  แต่บ้านเราจะออกไปเดินเล่นนอกบ้านพ่อ แม่ยังห้ามเลย แล้วมาเจอวัฒนธรรมแบบด้านบนนั่นอีก อะไรก็ตามที่ไม่ได้ใช้มักจะเสื่อม

เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด

January 20, 2012

ผมไปเจอเรื่องนี้มาจากมติชนสุดสัปดาห์ฉบับอาทิตย์ที่ผ่านมานี่ล่ะครับ  คุณจอห์น  วิญญูบอกไว้ว่ามีการทดลองว่าการสร้างแรงจูงใจด้วยเงินจะใช้ได้ผลดีกับงานที่ใช้แรงงานล้วน  แต่กับงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ใช้ไม่ได้  เงินยิ่งมากงานยิ่งแย่ สิ่งสำคัญที่ทำให้คนเราทำงานสร้างสรรค์ออกมาได้ดีคือ  อยากพัฒนาตัวเอง  อิสระในการทำงาน  และได้ทำในสิ่งที่มีคุณค่า อืมมม  จริงนะ  ในแวดวงเรานี่ก็มีเหมือนกัน คนบางคนและคนหลายคนทำงานเพราะอยากพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น  ให้เก่งขึ้น  อย่างที่เราเห็นและเราว่า  ไอ้นี่มันบ้าหรือเปล่าวะ  นั่นแหละครับ ความอิสระในการทำงานผมก็ชอบครับ  หลายครั้ง  หลายเรื่อง  หลายสิ่ง  หลายอย่าง  นายไม่ได้สั่งหรอกครับ  เราคิดเอง  เราเสนอเอง  เคยสังเกตุมั้ยล่ะครับว่า  ถ้าหัวหน้ามาบอกให้เราทำงานงานหนึ่ง  แล้วคอยมาบอก  คอยกำกับทุกอย่าง  ทุกขั้นตอนว่าต้องทำอย่างนั้นนะ  ต้องทำอย่างนี้สิ  เราก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน ในสมัยหนึ่งที่ผมทำหน้าที่พิธีกรแล้วมีคนคอยมาบอกว่า  ต่อไปต้องพูดว่าอย่างนี้  ต่อไปต้องพูดว่าอย่างนั้น  เหมือนกับบอกบททั้งที่กำหนดการก็ให้ผมแล้ว  แล้วจะให้ผมทำหน้าที่นี้ทำไม  ทำไมไม่ทำเอง อันสุดท้ายเนี่ยผมว่ามันให้ความรู้สึกที่ดีกับเรา  เวลาเรานำงานไปเสนอแล้วนายชอบ  ผมว่ามันเหมือนกับตัวเองมีคุณค่ายังไงไม่รู้ อย่างไรก็ตาม  แม้ว่าเงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด  แต่มันก็สำคัญ (ฮา)

โรคเก่ากำเริบ

May 3, 2011

พักหลังมานี้ไม่รู้เป็นอะไรครับ  สงสัยโรคเก่ากำเริบขึ้นมาอีก  อาการแบบนี้ผมเคยเป็นและเท่าที่สังเกตุดูผมมักจะเป็นอย่างนี้ทุก ๆ ห้าปี  เป็นไปได้มั้ยว่าเราทำงานมานานไม่ได้พักผ่อนแล้วเกิดความเครียดสะสมโดยที่เราไม่รู้ตัว  ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย  แล้วเกิดอาการเบื่อหน่ายสิ่งต่าง ๆ รวมถึงไม่อยากไปทำงานด้วย อย่างที่บอกไปว่าผมเคยเป็นแบบนี้เมื่อห้าปีที่แล้ว  พอได้เปลี่ยนที่ทำงาน  ได้ร่วมงานกับเพื่อนร่วมงานใหม่ ๆ ผมก็รู้สึกดีขึ้น  กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ถ้าจะบอกว่าผมเป็นโรคเบื่องานก็ไม่น่าใช่นะเพราะถือว่าได้ทำงานที่ชอบแล้ว  หรืออาจจะเป็นการเซ็งกับงาน  กับอะไรหลาย ๆ อย่างชั่วครั้งชั่วคราว  พอได้หยุดพักผ่อนแล้วมันก็จะหายไปเอง พอพูดถึงวันหยุด  เหลือบมองดูปฏิทินข้างฝาหาวันหยุด  แม่เจ้า…เดือนนี้มีวันหยุดยาวนี่ครับ  ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องลางาน  เดือนที่ผ่านมาลางานจนเจ้านายมองลอดแว่นนึกในใจว่า  ไอ้นี่มันจะมีธุระอะไรของมันนักหนาวะลาเอ๊าลาเอา บ่นไปให้เข้ากับสโลแกนอย่างนั้นเองครับ  คงต้องทำงานเหมือนเดิม  ไม่หนีไปไหน  แล้วเจอกันใหม่ครับ

ไม่สำเร็จไม่เป็นไรขอให้ทำอย่างเต็มที่

January 24, 2011

คำกล่าวที่นำมาเป็นชื่อบทความครั้งนี้เป็นของ  คุณธนา  เธียรอัจฉริยะ  ผู้บริหารเบอร์สองของ dtac ที่กำลังจะกลายเป็นอดีตไป  เพราะเขาได้ลาออกจาก dtac แล้ว  โดยเขาให้เหตุผลว่า  เขามีความสุขในการทำงานน้อยลง ที่ dtac เขาพูดอะไรไปคนเชื่อหมด ไม่มีใครกล้าขัด ได้เห็น  ได้รู้  แนวคิดของเขาแล้ว  นึกถึงเรามันรู้สึกบอกไม่ถูกยังไงไม่รู้ครับ  ยิ่งงานใหม่ที่ทำคือแม็คยีนส์ที่เขาบอกว่าไม่เคยทำและอยากรู้  โอ้ว…แม่เจ้า…ในแวดวง  อปท.  หรือข้าราชการส่วนอื่น ๆ เป็นอย่างนี้บ้างหรือเปล่า  ตอบเองได้เลยว่าไม่มี พูดอะไรไปคนอื่นเชื่อฟังหมด  ยิ่งชอบ  จะถูกใจมากที่สุดถ้านายกเชื่อในคำพูดนั้นด้วย  ย้ายไปอยู่ที่อื่นมีเพียงเหตุผลเดียวคือ  ไปรับตำแหน่งที่สูงขึ้น  จะเทียวไปทำงานไกลขนาดไหนฉันก็ยอม  และอย่าถามเรื่องความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน  ก็ชั้นเป็นข้าราชการนี่  จะให้เหมือนเอกชนได้ไงยะ ข้าราชการก็คิดนอกกรอบได้เหมือนกันนะเจ๊  ทำงานให้เต็มที่เถอะครับ  ไม่สำเร็จไม่เป็นไรขอให้ทำอย่างเต็มที่ ขอบคุณภาพประกอบจาก  www.bangkokbiznews.com

ระบบสารสนเทศการจัดการฐานข้อมูลเบี้ยยังชีพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น : 2

June 9, 2010

ใครบางคนเคยบอกเอาไว้ว่า  คนเราเกิดมาพร้อมกับการยึดมั่น  ถือมั่น  ตั้งแต่ตัวตนของตัวเอง  ไปจนถึงตัวตนของเขา ยึดมั่นว่าอย่างนี้เป็นของเรา ยึดมั่นว่าอย่างนั้นเป็นของเขา เมื่อเติบโตขึ้นมา  จึงยากอย่างยิ่งที่จะสลัดให้หลุดพ้นออกไปจากตัวเรา  สลัดให้หลุดพ้นออกไปจากตัวเขา เคยถามตัวเองบ้างหรือเปล่า  เราทำงาน  เราต้องการอะไร มีบ้างมั้ยที่  ทำงานเพื่องาน  ไม่ต้องการอะไร พูดง่าย…แต่ทำยาก ระบบสารสนเทศการจัดการฐานข้อมูลเบี้ยยังชีพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่คนพอชอหลายคนกำลังตั้งหน้า  ตั้งตาบันทึกข้อมูล  มีทั้งเรียบร้อยแล้ว  และยังไปไม่ถึงไหน (อย่างผม) ไม่สามารถที่จะอ้างงาน  หรืออ้างอะไรได้  ต้องจัดการให้เรียบร้อยภายในวันที่  15  นี้ ปัญหาของคนพอชออย่างผมเจอในระบบสารสนเทศการจัดการฐานข้อมูลเบี้ยยังชีพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคือ  ตรงช่องวัน เดือน ปี เกิด  ระบบจะมีปุ่มวิเศษให้กดเลือกว่า  เกิดวันที่เท่าไร  เดือนไหน  ปีอะไร  แต่ของผมทำไม่ได้ นึกว่ามีปัญหาอยู่คนเดียว  ที่ไหนได้  เมื่อวานมีเพื่อนคนพอชอจากสุมเส้าโทรมาบอกว่า  เป็นเหมือนกัน  แต่ของเขาบอกว่าเป็นบางวัน  บางครั้ง…งง ไม่ว่าจะอย่างไรคงต้องหาทางแก้ไขกันต่อไป เราทำงาน  เราต้องการอะไร…