Blog Archives

ปัญหาความยากจน : ปี 2555 เริ่มแล้ว

January 23, 2012

นานแล้วนะครับที่ผมไม่ได้พูดถึงเรื่องปัญหาความยากจน  ถ้าใครนึกไม่ออกไปทบทวนความหลังได้ที่ ปัญหาความยากจน : สายลมที่ผ่านเลย และ ปัญหาความยากจน : คนจอมศรี นะครับ เมื่อปีที่ผ่านมาผมไป รับนโยบายแนวทางแก้ไขปัญหาความยากจน มา  แล้วรอความชัดเจนว่าหลังน้ำลดจะเป็นยังไง ตอนนี้มาแล้วครับ  มาแบบไม่ทันตั้งเนื้อตั้งตัวเลย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา  พช.อำเภอแจ้งให้ผมรายงานผลการจัดเวทีประชาคมว่า  รายชื่อครัวเรือนที่ตกเกณฑ์ จปฐ. เมื่อปี  2554  ที่ผ่านมานั้นจริงหรือไม่  ซึ่งตำบลผมมีอยู่  18  ครัวเรือนใน  5  หมู่บ้าน ผมได้แต่ยิ้มไม่กล้าพูดว่าอะไร  เดี๋ยวเพื่อนในบอร์ดชมรมพัฒนาชุมชนจะว่าเอาอีก (HA  HA) ก็จะไม่ยิ้มยังไงล่ะครับ  หนังสือมาบ่ายวันที่  20  มกราแล้วบอกให้ส่งภายในวันที่  20  มกรา  โอวว ดีนะที่ผมจัดเวทีประชาคมแล้ว  ที่จะมีปัญหาคงเป็นเรื่องที่ต้องมานั่งพิมพ์ให้สวยงามนี่ล่ะครับ  ถ้าน้อง ๆ ไม่ว่างคงต้องวานหัวหน้าสุดสวยนี่แหละพิมพ์ให้  จะได้ทันส่งวันนี้ ที่ต้องส่งคือแบบ  1  แบบรายงานผลการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ  แบบ  2  แบบสนับสนุนครัวเรือนยากจนเป้าหมาย  แบบ  3  หนังสือยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล หวังว่าจะส่งได้ทันนะครับหัวหน้า [...]

ครัวเรือนยากจนตามเกณฑ์ จปฐ. ในแผนฯ 10

July 13, 2011

การจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน  หรือ  จปฐ.  ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่  10  ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี  2550  จนถึงปี  2554  นี้เป็นปีสุดท้าย  เกณฑ์ชี้วัดด้านรายได้จะอยู่ที่  23,000  บาท/คน/ปี  หมายความว่า  ครัวเรือนใดที่มีรายได้ต่ำกว่า  23,000  บาท/คน/ปี  ให้ถือว่าครัวเรือนนั้นเป็นครัวเรือนยากจน เวลาที่เราไปเก็บข้อมูลนั้น  เรานำข้อมูลที่ชาวบ้านบอกมาตีเป็นจำนวนเงินหมด  ถึงกระนั้นในช่วงเริ่มต้นของแผนฯ 10 คือในปี  2550  ก็ยังมีจำนวนครัวเรือนที่ตกเกณฑ์ สามแสนห้าหมื่นกว่า ครัวเรือน  พอถึงปี  2553  จำนวนครัวเรือนยากจนลดลงเหลือ แปดหมื่นสี่พันกว่า ครัวเรือน  และล่าสุดปี  2554  ที่เพิ่งเก็บข้อมูลเสร็จไปเมื่อตอนต้นปีที่ผ่านมา  ยอดของครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่า  23,000  บาท/คน/ปี  มีจำนวน หกหมื่นห้าพันกว่า ครัวเรือน  ลดลงครับลดลง ที่น่าสนใจก็คือ  จังหวัดที่มีปัญหาความยากจน  ยังคงเป็นจังหวัดเดิม ๆ ไม่เปลี่ยนแปลง 1.  แม่ฮ่องสอน  13,926  ครัวเรือน 2.  บุรีรัมย์  7,047  [...]

พอเพียงต้นแบบ

March 10, 2011

เรียบร้อยไปแล้วสำหรับโครงการนี้  ต่อไปคงเหลือการติดตามและคอยควบคุมขบวนให้ไปตามทางที่ถูกที่ควร  ซึ่งบางครั้งมันเอาแน่ไม่ได้  สิ่งที่เราคิดไว้อาจเป็นไปอย่างอื่น วิทยากรจากสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเพ็ญมาให้ความรู้กับครัวเรือนตัวอย่าง กลุ่มครัวเรือนตัวอย่างที่เข้ารับการอบรม  มีเก็บภาพไว้เป็นหลักฐานด้วย กิจกรรมที่มีแทบทุกครั้งของการอบรม

ปัญหาความยากจน : คนจอมศรี

March 12, 2010

เพิ่งกลับจากการไปร่วมงาน  การแก้ไขปัญหาความยากจนคนจอมศรี มาครับเขาเชิญไปเป็นวิทยากรกระบวนการ  ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นกระบวนการอะไรกับเขาเลย  และจากการที่ได้ไปทำงานเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความยากจนคนจอมศรี  และ  อปท.  อื่น ๆ สาม สี่แห่งในอำเภอเดียวกันนี้  พบว่าคนจนที่มาร่วมงานตามโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน  เป็นคนจนซะครึ่งหนึ่ง  คนที่จนจริง ๆ นั้นหลังฤดูการเก็บเกี่ยวอย่างนี้  เค้าไม่อยู่บ้านหรอกครับ  เค้าไปรับจ้างที่ต่างจังหวัดหมดกันหมด  บางครัวเรือนไปกันทั้งครอบครัว  เทียวไปเทียวมาจนลูก ๆ ไม่ได้เรียนหนังสือล่ะครับ ในโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนที่  อปท.  แต่ละแห่งบูรณาการร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเพ็ญ  มีคนจนที่มาจาก  2  กลุ่มคือ  คนจนตามข้อมูลการจดทะเบียนปัญหาสังคมและความยากจน(สย.)  กับคนจนตามข้อมูล  จปฐ.  เราจะนำคนจนทั้งสองกลุ่มมาทำเป็นบัญชีเดียวกัน  โดยการทำประชาคม  คัดกรองว่าจนจริงหรือจนปลอม  แล้วนำบัญชีนั้นมากำหนดครัวเรือนคนจนเป้าหมาย  แล้วทำการคัดแยกครัวเรือนเป้าหมายออกเป็น  3  กลุ่มคือ  กลุ่มที่สามารถพัฒนาได้(พอจะพึ่งตนเองได้บ้าง)  กลุ่มที่ไม่สามารถพัฒนาตนเองได้(พวกนี้ขี้เกียจ  ไม่ยอมทำงานทำการอะไร)  และกลุ่มที่ควรให้การสงเคราะห์(ผู้สูงอายุ  ผู้พิการ  ผู้ด้อยโอกาส)  ขั้นตอนต่อไปคือ  นำครัวเรือนคนจนเป้าหมาย  กลุ่มที่สามารถพัฒนาตนเองได้  เข้ารับการอบรมตามกระบวนการ  4  ฐานเรียนรู้(ปรับทัศนะ  แหล่งทุน  เศรษฐกิจพอเพียง  และแผนชีวิต) [...]

พึ่งตนเองด้วยการลดรายจ่ายและการเพิ่มรายได้

March 4, 2010

ผม(สามเหน่ง)ได้เคยพูดไปหลายที  หลายโอกาส  หลายสถานที่แล้วว่า  คนที่จะพึ่งตนเองได้นั้น  สิ่งที่สำคัญที่สุดคือใจ  ใจต้องพร้อมที่จะอยู่อย่างพึ่งตนเอง  ถ้าใจของเราไม่พร้อมเราจะทำอะไรไม่ได้เลย  เพราะฉะนั้นใจสำคัญที่สุด  เมื่อเราตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะพาครัวเรือนอยู่อย่างพึ่งตนเองแล้ว  มันสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว  ที่เหลืออาศัยความขยัน  ความอดทนของเราเองว่าจะทำได้มั้ย กิจกรรมพึ่งตนเองที่ผม(สามเหน่ง)ได้บอกท่านทั้งหลายไปแล้วคือการทำบัญชีครัวเรือน  ทุกท่านคงทำกันได้แล้ว  กิจกรรมเพื่อการพึ่งตนเองอีกสองกิจกรรมคือ  การลดรายจ่าย  และการเพิ่มรายได้  มาดูอันแรกกันเลยครับ กิจกรรมลดรายจ่าย  จะลดรายการไหนท่านสามารถดูได้จากบัญชีครัวเรือนที่ท่านได้ทำไว้  รายรับกับรายจ่ายมันพอดีกันมั้ย  ให้ตรวจสอบดู  ถ้าท่านเห็นว่ารายจ่ายรายการไหนที่มันมากเกินไป  รายจ่ายตัวไหนที่มันไม่เหมาะสม  รายจ่ายตัวไหนที่มันแพงเกินไป  ให้ท่านพิจารณาว่าจะลดตัวไหน  จะเลิกตัวไหน  แต่ถ้ามันจำเป็นอยู่  ท่านก็มาพิจารณาว่ามันมีวิธีการไหนบ้างที่จะทำให้ค่าใช้จ่ายนี้มันลดลงบ้าง  อย่างเช่น  ถ้าหากว่าท่านเป็นเกษตรกร  ปัจจัยการผลิตอย่างปุ๋ยเคมีแพงมาก  ท่านก็ทำการผลิตใช้เอง  อย่างนี้เป็นต้น กิจกรรมอันต่อมาคือการเพิ่มรายได้  เมื่อท่านทั้งหลายได้พากันประหยัด  อดออม  เป็นการลดรายจ่ายอีกทางหนึ่งแล้ว  ท่านก็ต้องหาทางเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือนของท่าน  อย่างเช่นการหาอาชีพเสริมเข้ามาช่วย  หรือถ้าหากว่าไม่มีความสามารถในอาชีพอย่างอื่น  ท่านต้องขยันให้มากกว่าเดิม  เพื่อทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น  แต่อย่าลืมเรื่องความพอดี  ไม่ใช่อดหลับ  อดนอน  ทำงานเพื่อให้ได้เงินมากขึ้นมันไม่คุ้มหรอกครับ อย่าลืมนะครับ  สิ่งสำคัญที่สุดของการพึ่งตนเองคือใจครับ  ถ้าใจของเราไม่รู้จักกับคำว่าพอ  เราจะไม่มีความสุข  และเราจะอยู่อย่างพึ่งตนเองไม่ได้…วันนี้ขอจบแค่นี้ก่อน