ป.ป.ช.แนะให้ยกเลิกโบนัสท้องถิ่น

1782

เช้าวานนี้มีการแชร์กันในโลกออนไลน์ว่า “ป.ป.ช.แนะเลิกโบนัส ขรก.ท้องถิ่น” ด้วยภาพพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์มติชนตามภาพประกอบนี้ ต่อมาคุณ ส.เสือ แอดมินเว็บบอร์ดชุมชนคนท้องถิ่น ได้โพสในเว็บบอร์ดว่า ถ้า ป.ป.ช.จะแนะให้ยกเลิกโบนัสของท้องถิ่นก็ลองมาดูค่าตอบแทนพิเศษของ ป.ป.ช.ดูสิว่ามันมากมายขนาดไหน พร้อมกับอธิบายให้ฟังว่า โบนัสของท้องถิ่นมันมีระเบียบของมันอยู่ว่า ได้รับขนาดไหน เท่าไร รายละเอียดอ่านได้ที่นี่

เรื่องนี้มันเป็นการมองคนละมุมครับ ป.ป.ช.เขาคงมองในเรื่อง โบนัสท้องถิ่นมีโอกาสให้ผู้บริหารเรียกรับเงินเปอร์เซนต์จากข้าราชการท้องถิ่นเหมือนอย่างที่เราเคยได้ยินเป็นข่าวอยู่บ่อยๆ ส่วนข้าราชการส่วนท้องถิ่นมองว่า ก็ในเมื่อกำหนดมาแล้วว่าถ้าเขาทำตามตัวชี้วัดนี้แล้วมันได้ ก็ทำไมถึงไม่ให้เขาล่ะ เพราะอย่างอื่นท้องถิ่นได้ไม่เท่าเขาอยู่แล้วนี่ มันเลยทำให้หลายคนมองไปถึงเรื่องของความตาร้อนของบรรดาข้าราชการอื่นๆ ครับ

จริงแล้วอย่างที่ผมบอกหลายสิ่งหลายอย่าง ข้าราชการท้องถิ่นได้ไม่เท่าข้าราชการอื่นนะครับ แม้กระทั่งคำว่า “ข้าราชการ” ยังเรียกไม่ได้เลย สังเกตุมั้ยครับว่า ข้าราชการคนอื่นเขาไม่คิดว่าเราเป็นข้าราชการนะ ข้าราชการอื่นเงินเดือนขึ้น เรายังไม่ได้พร้อมกับเขาเลยนะ พอเราชาวท้องถิ่นได้โบนัสหน่อย เป็นเรื่องเลย ถามว่าเรื่องเรียกรับเงินมีมั้ย ตอบว่ามี แต่ไม่ใช่ท้องถิ่นทุกแห่งจะเป็นอย่างนั้นนี่ และเมื่อคุณรู้ว่ามันมีโอกาสโกง ก็บอกก็แจ้ง ก็หาทางป้องกัน คนท้องถิ่นเองก็อยากทำอยู่แล้วเรื่องแบบนี้ ถ้าคุณทำคนเดียวไม่ได้ก็สร้างเครือข่าย รณรงค์กันไป ไม่เสร็จวันนี้ วันหน้าก็มีครับ 

ปลัด อบต.เรียกเงินเปอร์เซนต์โบนัส

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (17 กุมภาพันธ์ 2558) เองครับ หัวหน้าสำนักฯ อบต.ดงตะขบ อำเภอตะพานหิน พิจิตร แจ้งความกับตำรวจ บอกว่าปลัด อบต.และพวกเรียกเงินเปอร์เซนต์โบนัสปีงบประมาณ 2557

ตามข่าวบอกว่า ปลัด อบต.จะนำเงินที่หักจากผู้ได้รับโบนัสนี้ไปให้กรรมการที่ตรวจโบนัสนั่นแหละครับ ซึ่งท้องถิ่นหลายๆ ที่มักจะทำกันอย่างที่เป็นข่าวนี่แหละ แต่ที่มันไม่เป็นข่าวเพราะมีการคุยกัน ตกลงกันล่วงหน้าแล้วว่า เมื่อได้รับเงินโบนัสจะหักมารวมให้กรรมการกันเท่าไร และที่ผ่านมามักจะเป็นความยินยอมพร้อมใจกัน มันก็เลยไม่มีปัญหาให้ได้ยิน

เคสแบบนี้ผมเคยเล่าให้ฟังเป็นประจำว่า ที่อุดรก็มีแต่เป็นหักให้นายก แล้วมีร้องจากพนักงานนั่นแหละครับ พอสอบก็มีมูลจนนายกต้องถูกปลดออกจากตำแหน่ง ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นนี้น่าจะเป็นการไม่ถูกกันอยู่แล้วของพนักงานในสำนักงานมากกว่า เมื่อคนมันไม่ถูกกันมันก็เลยไม่คุยกันอ่ะครับ ปัญหาเลยเกิด

อ่านรายละเอียดของข่าวที่นี่

นายกเรียกเปอร์เซ็นต์เงินโบนัส I มันมีมานานแล้ว

หลายท่านคงเห็นข่าวนายก อบต.แกใหญ่  จังหวัดสุรินทร์  ที่ถูกตำรวจจับคาห้องทำงานเพราะไปเรียกเปอร์เซ็นต์เงินโบนัสพนักงานคนละ  35  เปอร์เซ็นต์แล้วนะครับ  เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ว่าเพิ่งเกิดขึ้น  มันเกิดขึ้นเป็นประจำแหละครับ  จำนวนที่เรียกมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ที่แต่มีแน่นอน  อย่าคิดว่าคนที่กล้าแจ้งความมีแค่คุณพนักงาน อบต.แกใหญ่สองคนนี้เท่านั้นนะครับ  ที่อุดรก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

ที่อุดรผมไม่ทราบว่าเขาไปร้องเรียนที่ไหนบ้าง  เพราะในสมัยนั้นมันไม่มีโซเชียลมีเดียมากระจายข่าวสารเหมือนปัจจุบันนี้  รู้แต่ว่าพนักงานไปร้องเรียนว่านายกเรียกรับเงินเปอร์เซ็นต์โบนัสแบบนี้แหละครับ  และพอสอบปรากฏว่ามีมูลความจริง  นายกเลยถูกปลดออกจากตำแหน่ง  และมีเรื่องตลกร้ายเกิดขึ้นคือ  นายกคนนั้นไปสมัครลงนายกอีกครั้งและได้รับเลือกตั้งด้วยนะครับ  ท่านคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้น

เรื่องเงินเปอร์เซ็นต์โบนัสที่ให้นายก อปท.เวลาที่ได้โบนัสกันนี่มีมาเป็นประจำครับ  ตอนนี้วันนี้ก็ยังมีเรื่องนี้กันอยู่  บางแห่งนายกยังไม่ได้เรียกเลยนะครับ  แต่บรรดาข้าราชการพนักงานพากันคิดแทนนายกเลยเสนอเงินให้นายกไปว่าจะให้เท่านั้นเท่านี้  นายกบางคนยอมรับ  บางคนอาจมีการต่อรองกันนิดหน่อย  แต่ก็เป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย  เรียกว่าพอใจทั้งผู้ให้ดีใจทั้งผู้รับแหละครับ

กรณีที่ข้าราชการและพนักงานส่งตัวแทนไปเจรจาว่าจะให้เงินเปอร์เซ็นต์นายกเท่าไรนี่  บางแห่งมีเรื่องเล่าเป็นตำนานมาเลยทีเดียวว่า  ปลัด อบต.เป็นตัวแทนเข้าไปเจรจายื่นข้อเสนอกับนายก  พอออกมาก็บอกกับน้องๆ พนักงานว่านายกขอเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยบอกตัวเลขออกมาเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย  เรื่องมันน่าจะจบแค่นั้นถ้าไม่บังเอิญน้องๆ ของปลัดท่านนั้นรู้ภายหลังว่านายกไม่ได้เรียกเพิ่มตามที่ได้ยินมา  ท่านคิดว่าเงินส่วนนั้นไปไหน

ส่วนกรณีที่นายกเรียกรับเองว่าจะต้องได้เท่านั้นเท่านี้อย่างที่เป็นข่าวให้เราเห็นบ่อยๆ นั้นมักจะลงเอยด้วยการร้องกันไปมานี่แหละครับ  พนักงานก็บอกว่านายกเรียกรับเงิน  นายกก็จะแก้ตัวว่าพนักงานให้เองเหมือนที่เคยเกิดขึ้นหลายๆ ครั้ง  อย่างกรณีที่เพิ่งเกิดขึ้นนี่มีร้องไปที่  ปปช.จังหวัดด้วยก่อนที่จะมีการประสานกับตำรวจ  รายละเอียดข่าวคลิกที่นี่

ข้อมูลข่าวสารสมัยนี้ตามไม่ค่อยทันว่ะ

1023

บ่ายๆ วานนี้มีหนังสือแนวทางการเบิกจ่ายเงินโบนัสออกมา  แรกทีเดียวผมทราบข่าวทางทอระสับ  หมายถึงได้รับสารทาง  Social  นี่แหละครับ  แต่ผ่านทางมือถือ  แล้วตัวเองสายตาก็ไม่ค่อยดี  ได้แต่ส่งต่อไปให้การเงินดู  แล้วค่อยมาเปิดคอมดูเมื่อกลับจากศาลากลางแล้ว  และก็ทำเป็นภาพส่งให้เพื่อนนักพัฒนาชุมชนในไลน์ดูกัน

การสื่อสารสมัยนี้โดยเฉพาะการส่งข่าวถึงกันเร็วนะครับ  ผมว่าภายในไม่ถึงสามสิบนาทีน่าจะรู้กันหมดทั่วประเทศแล้วมั้งเรื่องโบนัสนี่  เหมือนกับเมื่อก่อนที่นักพัฒนาชุมชนพากันกระจายข่าวเรื่อง จปฐ.ไม่ใช่หน้าที่ของท้องถิ่นนั่นแหละครับ  แป๊บเดียวรู้กันทั่วประเทศ

เมื่อข่าวสารสามารถส่งถึงกันได้ด้วยความรวดเร็ว  สิ่งที่ต้องระวังคือการรับสารมาแล้วก็ส่งต่อนี่แหละครับ  โดยเฉพาะในไลน์ที่มักจะอ้างอิงแหล่งข่าววงในแล้วบอกต่อๆ กันมาโดยที่ไม่มีหนังสือยืนยันเหมือนในกรณีนี้  ไม่ใช่อะไรหรอกครับ  พรบ.คอมพิวเตอร์ปี  50  อาจเล่นงานท่านได้  ซึ่งผมเองก็หวุดหวิดหลายทีแล้ว  แหล่งข่าวน่ะพลาดมาเยอะแล้วขอบอก (ฮา)

อย่างไรก็ตามข้อดีของมันก็ยังมีอยู่คือเร็วและกว้าง  ไม่กี่นาทีรู้กันหมดทั่วทั้งประเทศ  อย่างที่ผมบอกไป  ถ้าข่าวมาและมีหนังสือยืนยันมาด้วยไม่มีปัญหา  แต่ข่าวแบบ  “คนนั้นบอกว่า”  “คนนี้บอกว่า”  นี่สิที่ทำให้เข้าใจผิดกันมาเยอะ  ข่าวสารสมัยนี้ตามไม่ค่อยทันจริงๆ ครับ

ท้องถิ่นในวันนี้และท้องถิ่นในวันหน้า

926

ผมไม่รู้เหมือนกันว่า  หลังจากที่ระเบียบเงินโบนัสออกมาแล้ว  คนท้องถิ่นโดยเฉพาะคน อบต.ยังรู้สึกว่าการเอาใจใส่ดูแลจากหน่วยงานที่มีหน้าที่ส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจากส่วนกลางเขาจริงใจที่จะกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นหรือไม่  สิทธิสวัสดิการต่างๆ ได้เหมือนข้าราชการอื่นมั้ยอยู่หรือเปล่า  หรือว่าได้โบนัสไปแล้วลืมเรื่องสิทธิที่ด้อยกว่าเขาไปแล้ว

งานของท้องถิ่นเป็นงานบริการประชาชน  เป็นงานบริการสาธารณะตามอำนาจหน้าที่  ในสมัยตั้ง   อบต.ใหม่ๆ มีการจูงใจข้าราชการจากหน่วยงานอื่นๆ ให้โอนย้ายมาอยู่ อบต.เยอะมาก  แต่เขาเหล่านั้นก็ไม่ยอมมา  ผมเข้าใจว่าเงินทุนการศึกษา  และเงินโบนัสนี่ก็เป็นสิ่งจูงใจที่เกิดขึ้นในยุคนั้น  แล้วตอนนี้เป็นไงล่ะ  กว่าจะได้โบนัสต้องยื้อกันอยู่นาน  แล้วเรื่องทุนการศึกษาก็ต้องสู้ต่ออีกนาน  ไหนจะมีเรื่องที่ต้องต่อสู้กับนักการเมืองท้องถิ่นอีก

แล้วตอนนี้ อบต.  เทศบาล  กำลังประสบกับปัญหาหลายเรื่องจากหน่วยงานตรวจสอบขาเก่าเจ้าประจำนำเรื่องเก่าที่เราเคยดำเนินการมาตลอด  แล้วเราก็เข้าใจว่าเราทำถูกต้อง  แต่อยู่มาวันหนึ่งขาเก่าเจ้าประจำบอกว่าทำไม่ได้ไม่มีระเบียบรองรับ  เราจะทำยังไงล่ะครับ  โบนัสผ่านไปยังมีเรื่องอื่นรอระเบียบอยู่เพียบ  ที่มองเห็นอยู่ตอนนี้ก็เรื่องทุนการศึกษา  แต่ส่วนกลางเขาจะจริงใจช่วยเราหรือไม่  ถ้าเขาช่วยอย่างเชื่องช้าเราจะทำยังไง  หรือรอด้วยความหวังกับสมาพันธ์ปลัดเท่านั้น

นึกถึงครูนะครับ  ก่อนที่เขาจะมีเงินเดือนมากๆ อย่างนี้เราเห็นข่าวเขาประท้วงเรื่องเงินเดือนมานักต่อนัก  คนอื่นก็หาว่าเขาทำเพื่อประโยชน์ตัวเองแล้ววันนี้เป็นไงล่ะ  ถึงเวลาแล้วหรือยังครับที่เราชาวท้องถิ่นจะรวมตัวกันไว้ให้มาก  หลากหลายกลุ่มกว่าที่เป็นอยู่  ใครพร้อมก็จดทะเบียนเป็นสมาคม  ใครพร้อมในระดับชมรมก็ดำเนินการเป็นชมรมไป  อย่างชมรมพัฒนาชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทสไทย) เนี่ยก็ไม่ได้ขี้ริ้วจนเกินไปนัก (ฮา)

อยากเห็นจริงๆ ครับ  แต่ละตำแหน่งงานตั้งเป็นชมรมกันไว้  เริ่มต้นรวมกลุ่มกันไว้ในระดับจังหวัดก็ได้ครับ  ไม่ว่าจะตำแหน่งไหนรวมกันขึ้นมาเถอะอย่างที่ชมรมพัฒนาชุมชนกำลังทำอยู่เนี่ย  แล้วมันจะโตต่อไปเชื่อสิ