ผู้เฒ่าย้ายตัดเงินทันทีแถมเรียกเงินคืนด้วย…โอววว

ตอนแรกว่าจะนำประกาศสถานสงเคาะห์ของรัฐจากกระทรวงพัฒนาสังคมฯฉบับที่  2  และฉบับที่  3  ที่ออกมาแก้ไขฉบับที่ออกก่อนหน้ามาให้ดู  แต่เห็นเรื่องคนเฒ่าคนแก่ย้ายแล้วโดนเรียกเงินคืนน่าสนใจกว่า  เลยนำมาเล่าให้ท่านฟังอย่างนี้ครับ

นางหนึ่ง  อปท.หนึ่ง  จังหวัดหนึ่ง  เป็นผู้สูงอายุที่ขึ้นทะเบียนรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุกับ อปท.หนึ่ง  ต่อมาแกได้ย้ายออกนอกพื้นที่ไปอยู่ที่ อปท.สองในเดือนกันยายน  2556  และได้มาขอขึ้นทะเบียนกับ อปท.สอง  จังหวัดสอง  ในเดือนพฤศจิกายนปี  2556  ซึ่งเป็นการลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในปีงบประมาณ  2558

อปท.สอง รับขึ้นทะเบียนแล้วได้ประสานไปยัง อปท.หนึ่งว่าได้จำหน่ายผู้เฒ่าหนึ่งออกจากระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพหรือยัง  เพราะ อปท.สองจะได้บันทึกข้อมูลของนางหนึ่งเข้าระบบสารสนเทศเพื่อขอรับเงินงบประมาณปี  2558  ต่อไป  เรื่องมันเกิดตรงนี้แหละครับ

เมื่อ อปท.หนึ่งได้ทราบว่านางหนึ่งได้ย้ายออกนอกพื้นที่จึงได้ประสานไปยังนางหนึ่งนอกจากไม่จ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต่อแล้วยัง “เรียกเงินคืน” เบี้ยยังชีพที่ได้จ่ายไปก่อนหน้าที่จะรู้ว่าผู้เฒ่าย้ายจากนางหนึ่งอีกด้วย  หุ  หุ…ฮงเบย

1015 ผู้เฒ่าย้ายตัดเงินทันทีแถมเรียกเงินคืนด้วย...โอววว

ผมว่า อปท.หนึ่งแกเข้าใจระเบียบผิดแน่นอนครับ  โดยเฉพาะคำว่า  “จนกว่าจะสิ้นสุดปีงบประมาณนั้น”  ไอ้  “ปีงบประมาณ”  นี่แหละครับผมว่าแกเข้าใจผิดในระเบียบเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุปี  52  ข้อ  8  บอกไว้ตามภาพประกอบ

1016 ผู้เฒ่าย้ายตัดเงินทันทีแถมเรียกเงินคืนด้วย...โอววว 

ในหนังสือซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติในการจ่ายเงินตามระเบียบ  ว 118  ลงวันที่  15  มกราคม  2556  ที่ออกมาเพื่อทำความเข้าใจนะครับว่าผู้สูงอายุหรือคนพิการย้ายเนี่ย  อปท.เก่าต้องทำไง  อปท.ใหม่ต้องทำไง  อ่านเองละกันครับ  มึน  เคสนี้เกิดขึ้นที่ภาคอีสานด้วย  ภาคอีสานที่จัดอบรมเรื่องเบี้ยยังชีพหลายครั้งกว่าภาคอื่นๆ ในขณะเดียวกันก็เป็นภาคที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบมากที่สุดด้วย  มันหมายความว่ายังไงล่ะ

เมื่อระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพใกล้ปิดระบบ

เมื่อระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพใกล้ถึงเวลาที่จะปิดระบบ  ช่วงนี้เห็นมีปัญหาคือ  ตามหาตัวคนที่จะลบผู้รับเบี้ยยังชีพต้นทางไม่เจอครับ  บางคนแจ้งมาหลายรอบแล้วก็ยังไม่ลบออกให้  ซึ่งเราก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าทำไม  อาจจะลืม  หรืออื่นๆ

เรื่องที่ทำให้นักพัฒน์หงุดหงิดมากคงเป็นติดต่อไม่ได้  บางทีไปค้นหาเบอร์มา  ได้เบอร์สำนักงาน  โทรติดแต่ไม่มีคนรับยิ่งทำให้โมโห  พอพูดถึงตรงนี้แล้วขอชม  อบต.โคกแสมสาร  อำเภอโคกเจริญ  ลพบุรีครับ  ผมโทรไปขอสายนักพัฒน์เป็นอันรู้เลยว่า  ปลายทางโทรมาขอให้ปลดให้  ถามมาเลยว่าใครย้ายไป  น่ารักมาก  แต่หลายแห่งไม่ได้เป็นยังงี้ครับ

เมื่อวานในห้องเฟสของชมรมพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย) ก็เต็มไปด้วยเรื่องเหล่านี้  เรื่องตามหาคนที่รับผิดชอบเรื่องลบคนรับเบี้ยออกจากระบบ  และเท่าที่ดูคนเหล่านั้นไม่ได้เป็นสมาชิกชมรมพัฒนาชุมชนฯ เลยนะครับ  ผมช่วยได้เพียงแค่หาเบอร์สำนักงานและเบอร์ปลัดให้ไปติดต่อกันเอง  แถมเบอร์ปลัดที่ให้ไปเป็นข้อมูลตั้งแต่ปี  55  แต่ก็ลองดูเผื่อแกยังไม่ได้ย้าย  เพราะปลัดไม่อยากย้ายไปไหนหรอกครับ (ฮา)

ถ้าหากว่า  ติดต่อใครไม่ได้  โทรไปไม่รับ  อับจนหนทางจริงๆ ก็แจ้งไปทางผูดูแลระบบให้เขาลบข้อมูลออกให้ครับ  เบอร์โทรอยู่หน้าจอนั่นแหละโทรไปบอกชื่อ  เลขบัตร  และรายละเอียดอื่นได้เลย  วันนี้ผมว่าควรแจ้งได้แล้วครับ

สตง.กับเบี้ยยังชีพ

หลายท่านคงจะพอทราบข่าวบ้างแล้ววานนี้ว่า  สำนักกงานตรวจเงินแผ่นดิน  หรือ สตง. เข้าไปที่กรมส่งเสริมฯ เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพนำมาตรวจสอบว่า  ข้อมูลในระบบกับข้อมูลกระดาษในประกาศและในรายการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพเนี่ยตรงกันมั้ย

นักพัฒนาชุมชนหลายคนไม่ได้ใช้ประโยชน์จากระบบสารสนเทศมากมายอะไร  เพียงแค่กรอกข้อมูลให้ครบเพียงเพื่อจะได้รับงบประมาณมาเท่านั้น  ในขณะที่อีกหลายคนก็ไม่ยอมเข้าระบบไปทำอะไรเลย  เพราะจังหวัดปรับเกลี่ยเงินเบี้ยยังชีพทีไรได้ทุกทีไม่มีขาด

อีกเคสหนึ่งคือ  เงินเหลือจากการจ่ายเบี้ยไม่ว่าจะเป็นกรณีจ่ายเกินมา  ไม่ว่าจะเป็นไม่มารับตามไม่ได้  ไม่ว่าจะเป็นเสียชีวิต  ซึ่งเราก็รู้ว่าต้องนำเงินนั้นคืนให้จังหวัด  เพราะเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์อันใด  และล่าสุดเมื่อวานนี้เอง มี อปท.แถวภาคกลางแห่งหนึ่งโดน สตง.ตรวจเจอแล้วนะครับ

ทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวมาเนี่ยจัดการให้มันเรียบร้อยนะครับ  ข้อมูลในระบบสารสนเทศกับข้อมูลของผู้รับเบี้ยต้องตรงกัน  เงินเหลือต้องคืนจังหวัด  กรณีหลังนี้นักพัฒน์เรามักจะโยนไปให้คลังโดยไม่แยแสเหลียวแล  คุยกันครับ  คุยแบบไม่ต้องมีคนกลางแล้วมันจะมีความสุข

อ้อ…มีข้อมูลมาว่า  ที่ สตง.ไปขอข้อมูลระบบสารสนเทศจากกรมส่งเสริมฯ มา  จังหวัดที่ถูกหวยก่อนเพื่อนเลยคือ  ขอนแก่นครับพี่น้อง  เตรียมตัวไว้ให้ดี  ผมขอตัวไปปรับปรุงข้อมูลก่อน

การจำหน่ายผู้มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพ

ตามที่เราสมาชิกชมรมพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย) ทราบจาก Admin ระบบสารสนเทศการจัดการฐานข้อมูลเบี้ยยังชีพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  และเพื่อนสมาชิกชมรมฯ ช่วยกันเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ทราบต่อๆ กันไปว่า

787 การจำหน่ายผู้มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพ

ตั้งแต่วันที่  2  กันยายน  2556  จนถึงวันที่  31  ตุลาคม  2556  ระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพจะเปิดระบบให้แก้ไขข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน  ซึ่งส่วนมากจะเป็นการจำหน่ายผู้มีสิทธิรับเบี้ยยังชีพนั่นเองครับ  สาเหตุอาจจะมาจาก  ตาย  ย้ายที่อยู่  หรือขาดคุณสมบัติ  ไอ้ประเภทสละสิทธิไม่ขอรับเนี่ยไม่ค่อยจะมี  หรือไม่มีเอาซะเลยในแถวภาคอีสานนี่

ที่เกริ่นมายาวๆ เนี่ยอยากจะบอกวิธีการจำหน่ายผู้มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพเท่านั้นเองครับว่ามีวิธีการอย่างนี้นะ  เริ่มแรกเมื่อท่านเข้าไปค้นหาผู้มีสิทธิรับเบี้ยยังชีพที่เมนู “ค้นหา” แล้ว  ท่านจะเจอผลของการค้นหาตามภาพประกอบ  เสร็จแล้วให้ท่านคลิกที่ภาพตามรายการที่ท่านต้องการทำเลยครับ  อยากแก้ไขข้อมูลก็คลิกเลือกภาพในช่อง “แก้ไข” หรืออยากจำหน่ายเพราะผู้รับเบี้ย  ตาย  ย้ายที่อยู่  หรือขาดคุณสมบัติ  เช่น  บัตรคนพิการหมดอายุไปต่อแล้วไม่ได้  เป็นต้น  ก็คลิกที่ภาพในช่อง “จำหน่าย”

788 การจำหน่ายผู้มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพ

พอคลิกจำหน่ายหน้าจอมันจะขึ้นมาคล้ายๆ กับหน้าจอของการดูรายละเอียดข้อมูลผู้มีสิทธิ  แต่จะมีส่วนของการจำหน่ายผู้มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพให้เราเลือกได้ว่ามีสาเหตุอะไรถึงจำหน่าย  ถ้าเลือกไปแล้วจะไม่สามารถแก้ไขได้อีกนะครับ  ถ้าเราเลือกจำหน่ายผิด  เราต้องลบผู้มีสิทธิท่านนั้นออกจากระบบก่อน  โดยคลิกที่ปุ่มกากบาท  แล้วค่อยเพิ่มข้อมูลเข้าไปใหม่ในเดือนพฤศจิกายน  วงเล็บไว้นิดหนึ่งว่า  ถ้าไม่ลืม (ฮา)

ระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพแบบใหม่ ตอนที่ 1

เป็นที่ทราบกันดีในหมู่นักพัฒน์ว่า  ในเดือนพฤศจิกายนของทุกปีจะมีการรับลงทะเบียนผู้สูงอายุ  คนพิการ  และผู้ป่วยเอดส์  ที่องค์กรปกครองท้องถิ่นทุกแห่งเพื่อขอรับเงินเบี้ยยังชีพ  แล้วก็ต้องมีการบันทึกและปรับปรุงฐานข้อมูลผู้สูงอายุ  คนพิการ  และผู้ป่วยเอดส์รายใหม่ที่มาลงทะเบียนขอรับเงินเบี้ยยังชีพของปีงบประมาณ  2557

ผู้ดูแลระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพแจ้งเป็นหนังสือมาเมื่อบ่ายวานนี้ว่า  ให้องค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่งเข้าไปบันทึกข้อมูลผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพทั้งผู้สูงอายุ  คนพิการ  และผู้ป่วยเอดส์ได้ตั้งแต่วันที่  15  พฤศจิกายน  2555  ถึงวันที่  15  มกราคม  2556  เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำคำของบประมาณ  แล้วก็จัดสรรงบประมาณในปีงบประมาณ  2557  ต่อไป

แล้วก็มีคนมาบ่นไว้ในเฟสทันทีเหมือนกันว่า  ไม่รู้จะมีระบบนี้ไว้ทำไมเพราะคีย์ข้อมูลครบแต่ได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณไม่เต็มจำนวน  ซึ่งผมคาดว่าตัวเลขนั้นน่าจะเป็นตัวเลขปรับเกลี่ยของจังหวัดที่มันลดลงอยู่แล้ว  ก็ที่อุดรกรมไม่โอนเงินคนพิการให้สองแห่ง  ยอดปรับเกลี่ยออกมายังได้รับเลยครับ  คนปรับเขาก็ถือว่าแบ่งให้ละกันอาจจะไม่ครบก็ไปหาเพิ่มเอง (มั้ง…ฮา)

ผมตั้งความหวังกับระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพในปีงบ  56  ไว้มากพอดู  เพราะได้ยินผู้รับผิดชอบบอกไว้ในคราวประชุมเครือข่ายผู้สูงอายุคราวก่อนว่า  ระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพจะใช้ได้กับทุก  Browser  เลยอยากลองดูครับ  แล้วยิ่งผมไม่ได้ใช้ระบบปฏิบัติการของ  Microsoft  ยิ่งทำให้อยากรู้ว่า  Ubuntu  ที่ผมใช้อยู่สามารถใช้งานได้มั้ย  ขนาดไหน

เห็นทีจะต้องมีตอนที่ 2 เพิ่มเข้ามาแล้วล่ะครับสำหรับเรื่องนี้  เพราะผมเข้าระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพไม่ได้  ทำให้ไม่ได้ทดสอบว่าระบบดีหรือแตกต่างยังไง