เตรียมแบบฟอร์ม (ออนไลน์) ลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินเบี้ยยังชีพปี 2559

หลังจากที่ส่งหนังสือและซีดีประชาสัมพันธ์เรื่องการลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินเบี้ยยังชีพในปีงบประมาณ  2559  สำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุครบ  60  ปีบริบูรณ์นับถึงวันที่  30  กันยายน  2559  หรือว่าเป็นผู้ที่เกิดก่อนวันที่  1  ตุลาคม  2498  รวมถึงผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่ที่มีอายุครบแล้วแต่ยังไม่ได้ลงทะเบียนหรือว่าผู้ที่ย้ายทะเบียนบ้านมาใหม่  และคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ ไปให้กำนัน  ผู้ใหญ่บ้านเพื่อทำการประชาสัมพันธ์ให้แล้ว  ผมก็กลับมานั่งทำแบบฟอร์มการลงทะเบียนแบบออนไลน์ไว้รอครับ  ฟังเสียงประชาสัมพันธ์ที่นี่

งานแบบนี้ไม่ได้เป็นงานที่จำเป็นสำหรับทุกคนครับ  ผมเห็นหลายคนนำโน๊ตบุ๊คมารับลงทะเบียนด้วยเปิดโดยการเข้าระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพไว้  และเมื่อมีคนมาลงทะเบียนให้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรับลงทะเบียนกรอกเอกสารเก็บหลักฐานให้  เจ้าหน้าที่อีกคนรับเอกสารที่เรียบร้อยแล้วมากรอกข้อมูลลงในระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพ  เป็นการบันทึกในระบบฯเสร็จสรรพเรียบร้อยไม่ต้องมาคีย์ข้อมูลใหม่อีก

แต่ผมไม่ค่อยได้อยู่สำนักงาน  จากสถิติที่ผ่านมาทุกปี  ช่วงเวลางานสำคัญของตัวเองอย่างนี้แหละมักจะมีเหตุให้ต้องไปอยู่ในที่ที่ไม่ได้รับลงทะเบียนกับเขา  ครั้นจะให้  Username  กะ  Password  กับน้องเขาไว้ก็คร้านจะมาเปลี่ยนรหัสอีกที  และรวมถึงมีประสบการณ์ตรงที่ให้คนอื่นบันทึกให้แล้วเขาทำไม่ถูกจนต้องตามแก้ยังไม่หมดถึงทุกวันนี้เลยเข็ดกับการทำอย่างนั้น  ฉะนั้นมันก็มาลงตัวแบบนี้แหละครับ

ถามว่า  เป็นการทำงานซ้ำซ้อนมั้ย  แน่นอนครับ  ทั้งลงตรงนี้และไปลงบันทึกในระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพอีกครั้งหนึ่ง  แต่ก็เป็นทางเลือกที่ดีในขณะนี้เพราะเมื่อบันทึกแล้วกดส่งข้อมูลมันจะบันทึกแล้วก็เก็บเป็นไฟล์  Excel  ใน  Gmail  ของเรา  เราก็นำข้อมูลนั้นมาอ้างอิงได้ว่ามาลงทะเบียนวันไหนเวลาเท่าไร  เพราะข้อมูลมันบันทึกให้อัตโนมัติเลยครับว่า  วันนี้เวลาเท่านี้ใครมาลงทะเบียนบ้าง  

อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า  วิธีการอย่างนี้อาจไม่เหมาะสำหรับท่าน  มันอาจเหมาะสำหรับผมคนเดียวก็ได้  อย่าเลียนแบบเลยครับงานมันจะเยอะขึ้น  แต่ถ้าสนใจจริงๆ ก็แจ้งมาครับ  จะได้แนะนำให้  โชคดีครับ  ดูตัวอย่างแบบฟอร์มลงทะเบียนที่นี่

การบันทึกข้อมูลผู้มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพปี 58

1035 การบันทึกข้อมูลผู้มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพปี 58

ถึงแม้นว่าจะมีหนังสือของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (ที่ มท 0891.3/ว 1629 ลงวันที่  19 กันยายน 2557) บอกให้ อปท.เข้ามาปรับปรุงข้อมูลผู้มีสิทธิรับเบี้ยยังชีพในระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพเพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับการลงทะเบียนในปีงบประมาณ  2559  จนถึงวันที่  31  ตุลาคม  2557

แต่ชมรมพัฒนาชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย) ก็มาแจ้งข่าวให้นักพัฒนาชุมชนหรือผู้รับผิดชอบเรื่องเบี้ยยังชีพทำการคีย์ข้อมูลให้แล้วเสร็จภายใน  15  ตุลาคมปีเดียวกันนี้ซึ่งหมายความว่า  ให้คีย์ข้อมูลของผู้มาลงทะเบียนเมื่อเดือนพฤศจิกายน  2556  นะครับ  คือเขามาลงทะเบียนแต่เราคีย์ข้อมูลในตอนนั้นไม่เสร็จให้จัดการให้มันเรียบร้อยรวมถึงคนตายคนย้ายที่จะต้องทำในคราวนั้นนะครับ

ทีนี้  เมื่อแต่ละคนได้รับข่าวสารมา  แม้จะงงว่าวันไหนกันแน่แต่ด้วยความที่กลัวว่าจะทำไม่ทันต้องเข้าระบบไปคีย์ก่อนล่ะ  หลายวันมานี้เลยทำให้บางคนโพสถามกันวุ่นพอสมควรว่า  เข้าระบบได้มั้ย  ระบบล่มหรือเปล่า  เข้าหน้ารายงานแล้วมันขึ้นว่าเกิดความผิดพลาด  อะไรทำนองนี้แหละครับ  ผมว่าระบบมันคงไม่ล่มหรอกระบบมันไม่คุ้นมากว่าครับ  ปกติเราไม่เคยเข้าเยอะอย่างนี้ (ฮา)  ยิ่งได้ยินบางคนบอกว่าทำไมไม่ยึดหน้ารายงานจังหวัด  ทำแบบนี้จะมีที่ไหนทำตรง  นั่นแสดงว่าคุณรายงานจังหวัดไปไม่เคยตรงกันกับในระบบเลย 

ล่าสุดที่แอดมินระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพแจ้งมาคือ  จากนี้ไปจนถึงวันที่ให้แก้ไขให้เสร็จจะปิดระบบทุกวันเวลาสามทุ่มถึงสองโมงเช้าของอีกวันเพื่อประมวลผลระบบ  คนที่บันทึกเพิ่มหรือตัดออกจะได้ทราบข้อมูลที่เป็นปัจจุบันเพื่อการตรวจสอบความถูกต้อง  และปัญหาระบบรวนดูหน้ารายงานไม่ได้ก็ให้ลง java เวอร์ชั่นล่าสุดครับ  ถ้าใครไม่ได้เป็นอะไรก็ไม่ต้องไปลงอะไรเพิ่มนะครับ  ใช้ไปจนกว่าจะบันทึกข้อมูลเสร็จปีหน้าค่อนลงโปรแกรมใหม่ (ฮา)

จุดประสงค์ของโพสนี้คือ  อยากจะบอกว่า  ตั้งสติครับ  ค่อยๆ ทำ  ค่อยๆ แก้ไขกันไป  เน็ตของใครไม่ดีก็ต้องไปขอใช้บริการของห้องท้องถิ่นอำเภอ  หรือไปร้านเน็ตแบบเสียตังค์เลยครับ  ยอมลงทุนหน่อยผมว่าได้ผลคุ้มค่านะ

ภาพประกอบจากเฟชบุ๊คห้องชมรมพัฒนาชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย)

ระบบสารสนเทศฯต้องคีย์ให้เสร็จใน 15 ตุลานี้

วันนี้เมื่อห้าโมงเช้ากว่าๆ มีข่าวจากชมรมพัฒนาชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย) ในเรื่องการคีย์ข้อมูลในระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพว่า  คนที่ข้อมูลไม่เรียบร้อยต้องจัดการคีย์ให้เสร็จภายในวันที่  15  ตุลาคมนี้  เหตุผลนั้นมีอยู่ในข่าวแล้วครับไม่ต้องถามมาอีก  ไม่ต้องอ้างหนังสือว่าถึงสิ้นเดือนเพราะถ้าท่านพลาดแล้วจะพลาดเลย  อ้อ  อีกอย่างเรื่องนี้อย่างอ้างหนังสือมันฟังไม่ขึ้นเพราะว่า  เรื่องการเบิกเงินเบี้ยยังชีพที่ผ่านมา  ไม่มีหนังสือแจ้งยอดมาท่านยังจ่ายได้เลย (ฮา)

10331 ระบบสารสนเทศฯต้องคีย์ให้เสร็จใน 15 ตุลานี้

รายละเอียดเข้าไปอ่านได้ที่  ห้องชมรมพัฒนาชุมชนบนเฟชบุ๊ค

ผู้เฒ่าย้ายตัดเงินทันทีแถมเรียกเงินคืนด้วย…โอววว

ตอนแรกว่าจะนำประกาศสถานสงเคาะห์ของรัฐจากกระทรวงพัฒนาสังคมฯฉบับที่  2  และฉบับที่  3  ที่ออกมาแก้ไขฉบับที่ออกก่อนหน้ามาให้ดู  แต่เห็นเรื่องคนเฒ่าคนแก่ย้ายแล้วโดนเรียกเงินคืนน่าสนใจกว่า  เลยนำมาเล่าให้ท่านฟังอย่างนี้ครับ

นางหนึ่ง  อปท.หนึ่ง  จังหวัดหนึ่ง  เป็นผู้สูงอายุที่ขึ้นทะเบียนรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุกับ อปท.หนึ่ง  ต่อมาแกได้ย้ายออกนอกพื้นที่ไปอยู่ที่ อปท.สองในเดือนกันยายน  2556  และได้มาขอขึ้นทะเบียนกับ อปท.สอง  จังหวัดสอง  ในเดือนพฤศจิกายนปี  2556  ซึ่งเป็นการลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในปีงบประมาณ  2558

อปท.สอง รับขึ้นทะเบียนแล้วได้ประสานไปยัง อปท.หนึ่งว่าได้จำหน่ายผู้เฒ่าหนึ่งออกจากระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพหรือยัง  เพราะ อปท.สองจะได้บันทึกข้อมูลของนางหนึ่งเข้าระบบสารสนเทศเพื่อขอรับเงินงบประมาณปี  2558  ต่อไป  เรื่องมันเกิดตรงนี้แหละครับ

เมื่อ อปท.หนึ่งได้ทราบว่านางหนึ่งได้ย้ายออกนอกพื้นที่จึงได้ประสานไปยังนางหนึ่งนอกจากไม่จ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต่อแล้วยัง “เรียกเงินคืน” เบี้ยยังชีพที่ได้จ่ายไปก่อนหน้าที่จะรู้ว่าผู้เฒ่าย้ายจากนางหนึ่งอีกด้วย  หุ  หุ…ฮงเบย

1015 ผู้เฒ่าย้ายตัดเงินทันทีแถมเรียกเงินคืนด้วย...โอววว

ผมว่า อปท.หนึ่งแกเข้าใจระเบียบผิดแน่นอนครับ  โดยเฉพาะคำว่า  “จนกว่าจะสิ้นสุดปีงบประมาณนั้น”  ไอ้  “ปีงบประมาณ”  นี่แหละครับผมว่าแกเข้าใจผิดในระเบียบเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุปี  52  ข้อ  8  บอกไว้ตามภาพประกอบ

1016 ผู้เฒ่าย้ายตัดเงินทันทีแถมเรียกเงินคืนด้วย...โอววว 

ในหนังสือซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติในการจ่ายเงินตามระเบียบ  ว 118  ลงวันที่  15  มกราคม  2556  ที่ออกมาเพื่อทำความเข้าใจนะครับว่าผู้สูงอายุหรือคนพิการย้ายเนี่ย  อปท.เก่าต้องทำไง  อปท.ใหม่ต้องทำไง  อ่านเองละกันครับ  มึน  เคสนี้เกิดขึ้นที่ภาคอีสานด้วย  ภาคอีสานที่จัดอบรมเรื่องเบี้ยยังชีพหลายครั้งกว่าภาคอื่นๆ ในขณะเดียวกันก็เป็นภาคที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบมากที่สุดด้วย  มันหมายความว่ายังไงล่ะ

เมื่อระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพใกล้ปิดระบบ

เมื่อระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพใกล้ถึงเวลาที่จะปิดระบบ  ช่วงนี้เห็นมีปัญหาคือ  ตามหาตัวคนที่จะลบผู้รับเบี้ยยังชีพต้นทางไม่เจอครับ  บางคนแจ้งมาหลายรอบแล้วก็ยังไม่ลบออกให้  ซึ่งเราก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าทำไม  อาจจะลืม  หรืออื่นๆ

เรื่องที่ทำให้นักพัฒน์หงุดหงิดมากคงเป็นติดต่อไม่ได้  บางทีไปค้นหาเบอร์มา  ได้เบอร์สำนักงาน  โทรติดแต่ไม่มีคนรับยิ่งทำให้โมโห  พอพูดถึงตรงนี้แล้วขอชม  อบต.โคกแสมสาร  อำเภอโคกเจริญ  ลพบุรีครับ  ผมโทรไปขอสายนักพัฒน์เป็นอันรู้เลยว่า  ปลายทางโทรมาขอให้ปลดให้  ถามมาเลยว่าใครย้ายไป  น่ารักมาก  แต่หลายแห่งไม่ได้เป็นยังงี้ครับ

เมื่อวานในห้องเฟสของชมรมพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย) ก็เต็มไปด้วยเรื่องเหล่านี้  เรื่องตามหาคนที่รับผิดชอบเรื่องลบคนรับเบี้ยออกจากระบบ  และเท่าที่ดูคนเหล่านั้นไม่ได้เป็นสมาชิกชมรมพัฒนาชุมชนฯ เลยนะครับ  ผมช่วยได้เพียงแค่หาเบอร์สำนักงานและเบอร์ปลัดให้ไปติดต่อกันเอง  แถมเบอร์ปลัดที่ให้ไปเป็นข้อมูลตั้งแต่ปี  55  แต่ก็ลองดูเผื่อแกยังไม่ได้ย้าย  เพราะปลัดไม่อยากย้ายไปไหนหรอกครับ (ฮา)

ถ้าหากว่า  ติดต่อใครไม่ได้  โทรไปไม่รับ  อับจนหนทางจริงๆ ก็แจ้งไปทางผูดูแลระบบให้เขาลบข้อมูลออกให้ครับ  เบอร์โทรอยู่หน้าจอนั่นแหละโทรไปบอกชื่อ  เลขบัตร  และรายละเอียดอื่นได้เลย  วันนี้ผมว่าควรแจ้งได้แล้วครับ