ถ้าเป็นของตัวเอง…อนุมัติโลด

สืบเนื่องจากศุกร์สัปดาห์ก่อน  มีกรณีกรมส่งเสริมฯมีหนังสือเรียกตัวนักพัฒน์เข้าอบรมที่กรมรุ่นแรก  ทั้งที่กรมทำ  MOU  ไว้กับทางศิลปากรแล้ว  เล่นเอางงกันไปตามๆ กัน  รายละเอียดอ่านที่นี่  แล้วมีสมาชิกชมรมพัฒนาชุมชน อปท. คนหนึ่งเปิดประเด็นมาว่า  ผู้บังคับบัญชาไม่ให้ไปอบรมที่ไหนถ้าไม่ใช่กรมส่งเสริมฯจัด

เมื่อคืนนี้  ประธานชมรมพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย) ได้ออกมาประนามการกระทำนี้ทางเฟสบุ๊ค  ว่า  ทีตัวเองไปได้  แล้วมีพยายามไปอบรมให้ตรงกับธุระของตัวเองด้วยนะ  แต่พอน้องๆ นักพัฒน์จะไปบ้างกลับบอกว่าไม่มีงบประมาณ

ในช่วงนี้มีการจัดอบรมจากชมรมพัฒนาชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย)  เรื่องการจ่ายเบี้ยยังชีพ  ซึ่งจัดขึ้นรายภาค  4  รุ่น  รับประมาณรุ่นละ  300  คน  และในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน  สมาพันธ์ปลัด อบต.แห่งประเทศไทย  สมาพันธ์ปลัดเทศบาลแห่งประเทศไทย  ก็ได้จัดอบรมเรื่องการบริหารงานบุคคลด้วยเหมือนกัน  แล้วก็รับเยอะด้วยในแต่ละรุ่น  ทั้งสองรายการไม่ได้จัดโดยกรมส่งเสริมฯ  ย้ำว่าอันหลังนี้ก็ไม่ใช่กรมจัดเหมือนกันครับ  ผม (ผมเข้าใจว่านอกจากผมแล้วยังมีอีกหลายคน) เลยจะรอดูว่า  บรรดาผู้บังคับบัญชา อปท.ที่ห้ามคนอื่นไปจะไปมั้ยในงานที่สมาพันธ์ปลัดจัด  จะเป็นเหมือนกับที่เรานักพัฒน์รับรู้กันมาตลอดหลายปีนี้มั้ยว่า  “ถ้าเป็นของตัวเอง…อนุมัติโลด”

ผมเคยเจอเคสนี้อยู่ปีหนึ่ง  แต่ของผมมันของจริง  ปีนั้นสมาชิกได้รับเลือกตั้งเข้ามาแทบจะเป็นคนใหม่ทั้งนั้น  สำนักปลัดเลยหมดงบไปกับท่านเหล่านี้  แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร

ว่าแต่ว่า  ผู้บังคับบัญชาเนี่ยคือใคร  นายก  หรือ  ปลัด (ฮา)

มึน จุง เบย

หลังจากที่ไปคุยงานกับโรงพิมพ์เสร็จประมาณสี่โมงเย็น  ผมเปิดเฟสเจอข้อความของ  ดร.ศรายุทธ  แสนมี  ผอ.สำนักฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร ม.ศิลปากร  ส่งข่าวมาบอกว่า  กรมส่งเสริมฯ ลงหนังสือในเว็บเรียกตัวผู้เข้าอบรม  หลักสูตรพัฒนาศักยภาพนักพัฒนาชุมชน  รุ่นที่  1  เล่นเอาผมงง  และอึ้ง  ได้แต่คิดในใจว่า  “ผอ.โดนอีกแล้ว”

เดือนที่แล้วไปอบรมพัฒนาความรู้เรื่องการจัดสวัสดิการของ อปท. ที่อะเครียติค  เจอกับอาจารย์ตั้ม  และอาจารย์ปีเตอร์  ยังได้คุยกันเรื่อง  สพบ. จะให้ศิลปากรนำผู้เข้าอบรมในหลักสูตร “การพัฒนาศักยภาพนักพัฒนาชุมชนแบบมืออาชีพ” เข้าไปใช้สถานที่ฝึกอบรมของ สพบ. เรายังได้คุยกันว่า  น่าจะเป็นรุ่นที่  7  ที่จะได้เข้าไปที่กรมฯ

แต่วันนี้ไม่ใช่อย่างนั้นแล้วครับ  ล่าสุด  ดร.ศรายุทธ  แสนมี  ได้โพสเฟสบุ๊คในห้องชมรมพัฒนาชุมชน  ชี้แจงเรื่องนี้ว่า

ขอใช้พื้นที่ชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องอบรมฯนักพัฒนาชุมชนครับ  เรื่องเดิมคือ  ผมและคณะกรรมการ  ประกอบด้วยกรมส่งเสริมฯ  มหาวิทยาลัย  และผู้เชี่ยวชาญ  ได้เขียนหลักสูตรนักพัฒนาชุมชน  อบรม  26  วัน  และมหาวิทยาลัยศิลปากร  ร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  กระทรวงมหาดไทย(MOU)  และดำเนินการอบรมมาแล้วทั้งหมด  45  รุ่น  จำนวน  4853  คน ทั่วประเทศ (ปี 2548 – 2554) หลังจากนั้นได้ทำการวิจัยหลักสูตร  และเฉพาะตำแหน่งนักพัฒนาชุมชน…เพื่อพัฒนาปรับปรุงแก้ไขให้ตรงกับงานที่ทำจริง..จึงได้ปรับหลักสูตรใหม่เดิมใช้ขื่อว่าหลักสูตรนักพัฒนาชุมชน บริบท : พัฒนาศักยภาพนักพัฒนาชุมชนแบบมืออาชีพ อบรม 19 วัน (โดยแนบงานวิจัยไปทั้งสามเล่ม) ซึ่งทาง ผอ.สถาบันฯสมัยนั้น ให้เปลี่ยนและปรับใหม่เหลือ 12 วัน โดยอ้างว่า อบรม 19 วันนานไป ภารกิจมีมาก เสียเวลาทำงานหมด..ดังนั้นจึงเปลี่ยนมาเป็น 12 วัน ใช้ชื่อว่าพัฒนาศักยภาพนักพัฒนาชุมชนแบบมืออาชีพ และได้ดำเนินการมาแล้ว 5 รุ่น …ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงทุกประการ…โดยศิลปากรดำเนินการตามข้อตกลงที่ทำไว้ แต่วันนี้กลับมีหนังสือเรียกตัวอบรมนักพัฒฯจากสถาบันฯไปยังท้องถิ่น(แนบรายชื่อที่เคยอบรมแล้วไปด้วย) โดยอบรมฯ 19 วัน ทำให้เกิดความสงสัยว่า เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น โดยไม่มีการแจ้งหรือบอกกล่าวว่าเพราะเหตุใด…ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นบอกว่า19วันนานไป เราก็ทำตามทุกอย่าง..นี่คือสิ่งที่เราไม่เข้าใจว่า ทำเพื่ออะไร แล้ว MOU เขาเขียนไว้ทำไม.. นี่แหละจริยธรรม และคุณธรรมทางการบริหารครับ..จะทำอะไรต้องบอกกล่าวให้รู้เรื่องมันเป็นมรรยาทในการทำงานร่วมกันระหว่างองค์กร.. ก่อนสงกรานต์ก็ได้พูดคุยกันรู้เรื่องและจบไปแล้ว..พอหลังสงกรานต์กลับมีหนังสือฉบับนี้ออกมาให้เกิดการสับสนไปหมด..จึงชี้แจงให้พี่น้องนักพัฒฯได้รับทราบครับ …และหลักสูตรพัฒนาศักยภาพนักพัฒนาชุมชน รุ่นที่ 6 ยังดำเนินการเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงครับ..(ตามแผนที่วางไว้)

 

ก่อนหน้าที่ ผอ. จะมาโพส  ประธานชมรมพัฒนาชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย) ได้โทรไปสองถามที่กรมส่งเสริมฯ ว่าหลักสูตรเหมือนกับศิลปากรมั้ย  เขา (กรม) บอกว่า  ไม่เหมือน  ถามต่อว่า  จะนำหลักสูตรลงเว็บเมื่อไร  ตอบว่า  ไม่ทราบ  พี่น้องนักพัฒน์ใช้วิจารณญาณกันเองนะครับ  มึน จุง เบย

ไปอบรมความรู้ด้านการจัดสวัสดิการฯมา กลับถึงอุดรแล้วมีเรื่องเล่าให้ฟังเยอะเลย

615 ไปอบรมความรู้ด้านการจัดสวัสดิการฯมา กลับถึงอุดรแล้วมีเรื่องเล่าให้ฟังเยอะเลย

ตามที่กรมส่งเสริมฯจัด อบรมเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการจัดสวัสดิการสังคม ให้แก่ อปท.จำนวน 4 รุ่น  ซึ่งผมมีรายชื่อได้เข้าร่วมอบรมด้วยในรุ่นที่  4  ระหว่างวันที่  25  26  27  มีนาคมที่ผ่านมา  มีเรื่องจะนำมาเล่าสู่กันฟังสองสามเรื่องครับ

เรื่องที่หนึ่ง  การเดินทางไปอบรมผมไปรถทัวร์ครับ  แล้วก็ลองของใหม่ที่เคยคุ้นเมื่อคราวอยู่ขอนแก่นอย่างนครชัยแอร์ด้วยราคา  525  บาท  แต่ผมรู้สึกอึดอัดกับสถานที่ครับ  นครชัยเป็นรถชั้นเดียวมันเลยดูคับแคบเพราะแถวหนึ่งมี  4  ที่นั่ง  แต่ถ้าอยากได้แบบกว้างขวางต้องแลกด้วยราคา  700  กว่าบาท  เรื่องการบริการกินขาดอยู่แล้วครับ  คนขับสองคนเปลี่ยนกันเมื่อถึงโคราช  และนครชัยได้เปรียบที่การจองตั๋วสะดวกสบายด้วยร้าน  7-11  ที่มีอยู่ทั่วทั้งเมือง

เรื่องที่สอง  ผมพักที่โรงแรมที่ใช้จัดอบรมคือ  อะเดรียติคพาเลส  ที่รับเช็คอินได้ช้ามหาโหด  ไปถึงต้องลุ้นด้วยว่าที่แฟ็กจองห้องมา  เจ้าหน้าที่เขาจะหาเจอมั้ย  บางคนจองมาคนเดียวกะจะให้ทางโรงแรมหาคู่ให้ก็ไม่ได้  ดูเหมือนเขาจะไม่ดูก่อนว่าใครจองมาแบบไหน  ไม่ได้เตรียมการอะไรไว้เลย  ได้ห้องแล้วต้องมาลุ้นอีกว่า  อุปกรณ์ในห้องใช้งานได้ดีมั้ย  ข้าวปลาอาหารไม่ต้องพูดถึงครับ  มาช้าอด  แต่พอไม่พักที่นี่ผู้จัดก็บ่นอีก (ฮา)

เรื่องที่สาม  เบี้ยยังชีพคนพิการที่ผมเคยบอกไปนานมาแล้วว่าเขาจะขึ้นให้เป็น  800  บาทนั้น  ล่าสุดทราบว่าจะขึ้นให้ปีละ  100  บาทโดยเริ่มตุลาคมนี้  ปีงบ  59  ก็ครบ  800  บาท

ขอแถมอีกสักเรื่องครับ  โครงการอบรมการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพ  รุ่นที่  2  ที่จะจัดที่โรงแรมเจริญธานี  ขอนแก่นนั้น  ทราบจาก  อ.ปีเตอร์  อ.ตั้ม  ว่าเป็นรุ่นที่ยอดสมัครเยอะที่สุด  เกือบ  200  แล้วครับ  ใครที่ยังไม่สมัครให้รีบด้วย  และอีกเรื่องคือ  หลักสูตร  นักพัฒน์มืออาชีพ  ต่อไปสถานที่ใช้อบรมจะเป็นสถาบันฝึกอบรมของกรมส่งเสริมฯ  แต่คณะวิทยากรยังคงเป็นชุดเดิม  เปลี่ยนแค่สถานที่จากไมด้า  เป็นกรม  คาดว่าคงใช้ในรุ่นที่  7  ใครที่ยังไม่ไปอบรมรีบด้วยเหมือนกัน  เพราะอยู่ที่กรมสถานที่สะดวกในการตื่นออกกำลังกายมาก…บ่องตง

เคสคลาสสิคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

หลังจากที่นั่งปล้ำกับโปรแกรมทำวีดีทัศน์ที่ดูเหมือนว่าจะไม่สมบูรณ์  เพราะบันทึกงานไว้พอมาเปิดใหม่โปรแกรมปิดตัวเองลง  คงต้องไปงัดคอมเก่ามาปัดฝุ่นใช้ xp อีกครั้ง  ดีเหมือนกันทิ้งไว้นานแล้วเอาออกมาเปิดบ้าง  จะได้รู้ว่าใช้ได้หรือไม่ได้

ระหว่างนั้นก็เข้าไปดูซิว่าในเฟสเค้ามีอะไรกัน  แล้วก็ไปเจอเคสคลาสสิคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้าให้  ที่ผมบอกว่ามันเป็นเคสคลาสสิคเพราะว่า  เรานักพัฒน์เจอเหตุการณ์อย่างนี้  ได้ยินได้ฟังเรื่องแบบนี้มาเป็นประจำ  ล่าสุดผู้เสียหายโทรไปร้องที่กรมส่งเสริมครับ  เลยทำให้ผู้ร่างระเบียบได้คุยกับผู้ใช้ระเบียบนี้ (ฮา)

เหตุเกิดที่เทศบาลในภาคกลางครับ  ผู้สูงอายุย้ายจากภาคกลางไปอยู่ที่อุบลกลางปี  2555  เทศบาลแห่งนั้นเลยไม่จ่ายเบี้ยต่อ  คือจ่ายถึงแค่กันยายน  2555  เท่านั้น  ที่ใหม่เขาก็ยืนยันว่าที่เก่าต้องจ่ายเหมือนเดิมก่อนไปอีกหนึ่งปี  แล้วพอมาลงทะเบียนกับเขาแล้วปีต่อไปเขาถึงจะจ่าย  สุดท้ายผู้สูงอายุท่านนั้นเลยโทรไปร้องที่กรมส่งเสริม  แน่นอนครับคนคุยด้วยคือหัวหน้าราม คนที่ดูแลเรื่องนี้อยู่

ที่น่าตกใจ (ในชะตากรรมของคนนั้น) คือ  พอกรมโทรไปเค้ายืนยันว่าเค้าทำตามระเบียบ  แถมถามผู้ร่างระเบียบกลับอีกว่า  ”ไม่เข้าใจระเบียบเหรอ” (ฮา)

ในขณะที่เขียนนี้ผมไม่ทราบความคืบหน้าว่า  ตกลงเทศบาลที่ภาคกลางแห่งนั้นยอมจ่ายเบี้ยให้ผู้สูงอายุต่อหรือไม่  บางครั้งคนอ่านระเบียบยังมีความเข้าใจและมั่นใจว่าตัวเองเข้าใจถูกต้อง  ระเบียบกระทรวงมหาดไทย  ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  พ.ศ.  2552  ข้อ  8  บอกว่า

“ในกรณีผู้สูงอายุที่มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหนึ่งย้ายภูมิลำเนาไปอยู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น  ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เคยจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดิมยังคงจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจนกว่าจะสิ้นสุดปีงบประมาณนั้น  หากมีความประสงค์จะรับเบี้ยยังชีพกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใหม่ต้องไปลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใหม่ก่อนสิ้นปีงบประมาณ”

ตรงคำว่า  ”คงจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจนกว่าจะสิ้นปีงบประมาณนั้น”  นั่นแหละครับที่ทำให้หลายคน  รวมทั้งนักพัฒน์ที่เทศบาลแห่งนี้เข้าใจว่า  เมื่อย้ายกลางปี  2555  พอสิ้นปีงบประมาณเลยไม่ต้องจ่ายต่อ  แต่ไม่ยอมอ่านต่อส่วนที่เขาบอกว่า  ”หากมีความประสงค์จะรับเบี้ยยังชีพกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใหม่ต้องไปลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใหม่ก่อนสิ้นปีงบประมาณ”

เค้ารับลงทะเบียนในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี  เมื่อผู้สูงอายุย้ายมากลางปี  2555  ต้องไปลงทะเบียนที่ใหม่ในเดือนพฤศจิกายน  2555  ซึ่งเป็นปีงบประมาณ  2556  เพื่อขอรับเงินในปีงบประมาณ  2557  คือเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม  2556  เป็นต้นไป  เพราะฉะนั้นเทศบาลต้องจ่ายเงินเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุท่านนั้นจนถึงเดือนกันยายน  2556  ครับ…

ผมมาอบรมวินัยที่กรุงเทพห้าวัน

542 ผมมาอบรมวินัยที่กรุงเทพห้าวัน

ตามตารางการอบรมหลักสูตร  การดำเนินการทางวินัยพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2556 (หลักสูตร 5 วัน) บอกไว้ว่าให้รายงานตัววันอาทิตย์ที่  14  ตุลาคม  เวลา  13.00 – 17.30  น.  แล้วทานข้าวเย็นก่อนที่จะมีการปฐมนิเทศและกิจกรรมสัมพันธ์ในตอนหกโมงครึ่งถึงสองทุ่ม

แต่กว่าผมจะมาถึงโรงแรมริเวอร์ไซด์ก็เกือบหกโมงเย็นแล้ว  เจ้าหน้าที่ที่รับลงทะเบียนกลับกันหมดแล้ว  คงต้องรอพรุ่งนี้ถึงจะได้จัดการอะไรต่างๆ ให้เรียบร้อย

ก่อนที่จะมาที่นี่ผมได้รับการ…ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร  คือปลัดบอกในกลุ่มขณะทานข้าวเที่ยงว่า  การอบรมถ้าเคยไปแล้วไม่ต้องไปอีก  แล้วยกตัวอย่างว่าผมไปอบรมบ่อย  ผมออกจะงง  งง  ว่าผมไปอบรมบ่อยยังไง  ปีงบประมาณที่แล้ว  ขอไปเอง  1  ครั้งคือ  การจัดสวัสดิการ  แล้วก่อนหน้านั้นกรมส่งเสริมฯบอกมาว่าต้องให้นักพัฒน์ไป  แล้วก็ฟรีไม่มีค่าลงทะเบียนอีก  1  ครั้ง  หรือปลัดเอาไปเปรียบเทียบกับนักพัฒน์ อบต. อื่นที่ไม่เคยไปอบรมเลยสักครั้งในรอบหลายปีนี้  และที่สำคัญคือผมยังไม่เคยมาอบรมวินัย

ยังไงก็ตาม  ผมก็ได้มาแล้วโดยการเซนต์อนุมัติของปลัด  ก่อนที่จะมาบอกผมว่าผมไปอบรมบ่อย  แล้วเขียนคำว่า “อนุมัติ” ทำไม (โว้ย)