Tweetหลังจากที่เขียนเรื่อง ระบบสารสนเทศการจัดการฐานข้อมูลเบี้ยยังชีพของ อปท. ไปแล้วผลเป็นไปในทางที่ดีเกินคาด เพราะว่ามีคนเข้ามาที่ เรื่องโม้ เรื่องบ่น ของคนพอชอ เพิ่มมากขึ้น ทั้งที่ความจริงเป็นการบอกเล่าเรื่องของชาวพอชอที่ได้ไปอบรมมาตามปกติ เพียงแต่มันบังเอิญว่าเวลาที่พี่น้องคนพอชอค้นหา ระบบสารสนเทศการจัดการฐานข้อมูลเบี้ยยังชีพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มันกลับมีเว็บบล็อกของคนพอชอแสดงให้เห็นด้วย ไม่ได้ตั้งใจครับ ไม่ได้ตั้งใจ ที่ต้องนำเรื่องนี้มาเขียนอีกก็เพราะว่า จ่าหวังที่ขอนแก่น (เทศบาลตำบลบ้านโต้น) ส่ง Mail มาให้ ถือโอกาสขอบคุณไว้ตรงนี้ และขอนำมาบอกต่อครับ (ไม่อยากบอกว่ากำลังหาเรื่องเขียนบล็อกอยู่) ในหัวข้อ ประเภทของผู้มีสิทธิ์ ไม่ว่าเราเลือกติ๊กที่ช่องไหน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ป่วยเอดส์ เราต้องเลือก ประเภทของงบประมาณ ที่มีให้เราเลือกอยู่ 3 ประเภทดังนี้ครับ 1. งบทั่วไป ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็น เงินอุดหนุนทั่วไป ตามที่จ่าหวังบอกมาว่า เป็นเงินที่รัฐบาลจัดสรรให้เพื่อให้สามารถนำไปใช้จ่ายได้ตามอำนาจหน้าที่ เรื่องใดก็ได้ โดยแต่ละปีจะมีหนังสือซักซ้อมการจัดทำงบประมาณมาให้ดำเนินการ ในกรณีเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยเอดส์ ที่ถ่ายโอนมาเมื่อปี 46 เดิมเป็นเงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่มีใบจัดสรรแยกเป็นราย อปท. ตั้งแต่ปี 51 เป็นต้นมาเงินตัวนี้ (เบี้ยยังชีพ) จะจัดสรรมาเป็นเงินก้อนใหญ่รวมกับเงินอย่างอื่น [...]
Monthly Archives: April 2010
งาน งาน งาน และงาน
April 22, 2010Tweetตามแผนการทำงานของผมที่วางไว้ วันนี้ผมต้องนั่งประชุมกับณะกรรมการ กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น อบต.โคกกลาง ด้วยความที่เป็นคนขี้เกียจหรืองานเยอะก็ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกัน ผมกลับไม่ได้ทำตามแผนงานที่วางไว้ เมื่อวานได้เข้าไปชี้แจงเรื่องงานประเพณีบุญบั้งไฟกับผู้นำหมู่บ้าน ทางนั้นอยากได้เงินรางวัลเพิ่มขึ้นมาโดยการไปตัดงบตัวอื่นออก อ้างว่างบแต่งตัวเยอะ บางเสียงของชาวบ้านบอกในทำนองว่า เมื่อก่อนนี้ไม่มี อบต. เรายังทำกันได้ พอได้รับเงินอุดหนุนเข้าหน่อยทำอะไรก็รอแต่เงินอย่างเดียว บ่ายวันนี้ได้คุยกับปลัดเรื่องการทำแผนชุมชน ท่านบอกว่าให้ทำให้เสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ ตายละหวา ต้องตาลีตาเหลือกไปออกหนังสือเชิญผู้นำหมู่บ้านร่วมรับฟังการชี้แจง การจัดทำแผนชุมชน ในวันพรุ่งนี้ แล้วก็วันศุกร์หน้า (30 เมษาฯ) นำแผนชุมชนที่แล้วเสร็จ หรือยังใกล้จะแล้วเสร็จมาส่ง ในขณะเดียวกันก็ต้องวิ่งติดตามขณะที่กำลังดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการจัดเวทีประชาคมตามหมู่บ้านต่าง ๆ ทั้ง 12 หมู่บ้าน บางท่านค่อนแคะเอาว่าก็แค่ 12 หมู่บ้าน ของฉันตั้ง 20 หมู่บ้านยังไม่บ่นสักคำเลย ตอนเช้าต้องรีบตื่นแต่เช้าเพื่อเขียนบล็อกให้พี่น้องได้อ่านกัน บางวันก็มานั่งเขียนในตอนกลางคืนแล้วไปเผยแพร่เอาในตอนเช้า เหมือนอย่างบทความชิ้นนี้ เป็นต้น ตอนนี้ต้องทนเอาหน่อยครับพี่น้องอีกไม่นานเกินรอชาวบ้านพากันลงนางานของผมคงเบาบางลง ทำงานกับชาวบ้านนี่ครับ พอชาวบ้านเขาทำงานของเขา เพื่อความอยู่รอดของเขาเอง เราไปยุ่งวุ่นวายกับเขาคงได้โดนแตะล่ะครับ
หัวกระไดไม่แห้ง
April 21, 2010Tweetบ้านเรือนของไทยเราในสมัยก่อน เป็นบ้านใต้ถุนสูงเปิดโล่งถึงสองสามเมตรทีเดียว ที่คนในสมัยนั้นสร้างบ้านแบบนี้ก็เพราะบ้านเมืองของเรามันร้อนเลยต้องทำให้มันระบายอากาศได้ดี รวมทั้งเอาพื้นที่ใต้ถุนบ้านเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์เลี้ยงอย่างวัว ควาย เป็ด ไก่ ที่เลี้ยงเอาไว้เป็นอาหารและช่วยงาน หรือบางภาคที่มีน้ำมาในหน้าน้ำหลาก สร้างบ้านแบบนี้ช่วยป้องกันน้ำท่วมได้ แถมยังป้องกันสัตว์ร้ายที่มากับน้ำได้ด้วย บ้านในลักษณะแบบนี้เลยต้องมีบันได บันไดเรือนในสมัยก่อน ไม่ได้ติดกับตัวเรือนเหมือนอย่างภาพประกอบที่เห็นนี้นะครับ บันไดเรือนที่ไม่ติดกับตัวเรือนนี้สามารถยกขึ้น ลงได้ ในเวลากลางคืนก็ยกขึ้นมาไว้บนเรือน ป้องกันสัตว์ร้ายขึ้นเรือน พอเช้าถึงยกบันไดลงพาด ต่อมาใช้วิธีผูกเชือกไว้กับบันไดและตัวเรือน เวลากลางคืน (หรือกลางวันที่ไม่อยู่บ้าน) ก็ผลักบันไดออกจากตัวเรือน ถ้าจะใช้งานก็ดึงบันไดกลับเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นบันไดที่ติดกับตัวเรือน หรือบันไดที่ไม่ติดกับตัวเรือน ที่ข้าง ๆ บันไดจะมีน้ำไว้ให้ล้างเท้าก่อนที่จะขึ้นเรือนไป บ้านไหนที่มีลูกสาวสวยมีหนุ่ม ๆ มาบ้านบ่อย ๆ ขึ้นเรือนบ่อย ๆ เลยเกิดสำนวนว่า หัวกระไดไม่แห้ง เพราะหนุ่มมาหาล้างเท้าก่อนขึ้นเรือน พอขึ้นไปบันไดก็เปียก บันไดยังไม่ทันจะแห้งเลยอีกหนุ่มมาอีกแล้ว ส่วนใหญ่คนมักจะใช้สำนวนนี้กับบ้านที่มีลูกสาวสวย ทั้งที่ความจริงบ้านอื่น ๆ ที่มีลูกสาวหรือไม่มีก็อาจจะมีลักษณะ หัวกระไดไม่แห้ง ได้เหมือนกัน อย่างเช่น บ้านของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือบ้านของผู้มีอันจะกินในหมู่บ้านทั้งหลายที่มีเพื่อนมาก หัวกระไดก็ไม่แห้งเหมือนกัน ปัจจุบันบ้านเรือนเป็นชั้นเดียว ปลูกกับพื้น ผนังก่อด้วยอิฐ หน้าต่างเป็นกระจกบานเลื่อน [...]
สงกรานต์ กลับบ้าน ทำบุญ
April 20, 2010Tweetเป็นการบอกเล่าเรื่องราวที่ได้พบเห็นที่ผมไม่ค่อยจะได้เจอบ่อยนัก ทั้ง ๆ ที่ตัวเองเป็นคนอีสานแท้ ๆ แต่กลับไปคุ้นเคยกับประเพณีถิ่นอื่น เทศกาลสงกรานต์สำหรับคนอีสานนอกจากเป็นเทศกาลแห่งความสนุกสนานที่ได้สาดน้ำคลายร้อนแล้ว มันยังเป็นเทศกาลที่ผู้คน ญาติพี่น้อง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ในประเทศ หรือต่างประเทศ ในจังหวัดหรือต่างจังหวัด ในตำบลหรือต่างตำบล ในหมู่บ้านหรือต่างหมู่บ้าน ต่างพากันเดินทางกลับบ้าน กลับมาเพื่อบรรเทาความผิดหวัง หรือกลับมาเพื่อบอกเล่าเรื่องราวความสำเร็จ ทุกผู้คน มุ่งมั่น ตั้งใจเดินทางกลับบ้านในเทศกาลสงกรานต์ ภาพของพ่อแก่ แม่เฒ่าดีอกดีใจจนน้ำหู น้ำตาไหล ด้วยความปลื้มปีติ เมื่อลูกหลานกลับมาถึงบ้าน บรรยากาศแบบนี้มีให้เห็นอยู่ทุกปี พอรุ่งขึ้นอีกวันพากันไปทำบุญที่วัด สรงน้ำพระ และสรงน้ำกระดูกบรรพบุรุษที่ล่วงลับ แล้วพากันไปรดน้ำขอพรกับผู้เฒ่าผู้แก่ที่เคารพนับถือ การไปทำบุญที่วัดยังเป็นการบอกเล่าเรื่องราวได้ดีทีเดียว อย่างน้อยก็บอกให้ผู้อื่นได้ทราบว่าเรากลับมาแล้ว มีการถามข่าวกันว่าไปอยู่ไหนมา มีลูก มีเมีย (อันนี้สำคัญ) กี่คนแล้ว เป็นบรรยากาศที่ผมอธิบายไม่ค่อยจะถูก แต่เป็นสุข คนที่พอลืมตา อ้าปากได้บ้าง จะกลับมาบ้านพร้อมกับผ้าป่ามาทำบุญทำทานกันต่ออีก จากภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย จากประเทศต่าง ๆ ในโลกที่มีคนอีสานอาศัยอยู่ บางทีในบางหมู่บ้านเป็นประเพณีของผู้มีอันจะกินไปเลยว่า พอถึงเทศกาลสงกรานต์จะนำผ้าป่ามาถวายที่วัดในหมู่บ้าน เป็นการดีเหมือนกันครับนำสิ่งดี ๆ มาสู่หมู่บ้าน
ผู้นำ
April 19, 2010Tweetช่วงวันหยุดสงกรานต์ ผมหยุดทุกอย่างไม่ดูทีวี ไม่ฟังวิทยุ ไม่โทรหาใคร ไม่รับโทรศัพท์เพราะไม่มีใครโทรหาอยู่แล้ว (ฮา) ไม่รับรู้อะไรเลยจนถึงวันศุกร์ที่ 16 ถึงละวาง ไปหาซื้อหาหนังสือมติชนสุดสัปดาห์มาอ่านเช็คดูทีว่าข่าวทุกข่าวไปถึงไหนแล้ว ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร เดี๋ยวนี้ข่าวสารบ้านเมืองไม่รู้ว่าอะไรจริง อะไรหลอก พอได้หนังสือมาผมกลับไม่อ่านข่าวก่อนแฮะ ผมกลับเปิดไปหาหนุ่มเมืองจันทร์ พออ่านจบผมมีความรู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องบอกต่อ หนุ่มเมืองจันทร์เขียนบอกเล่าถึง เนลสัน แมนเดลา ประธานาธิบดีคนแรกของแอฟริกาใต้ครับ เนลสัน แมนเดลา กับการเป็นผู้นำที่อยู่ข้างหลัง เป็นผู้นำทางความคิด และนำพาคนส่วนใหญ่ไปสู่เป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ เนลสัน แมนเดลา บอกผ่าน หนุ่มเมืองจันทร์ ว่า ในสมัยที่เขาเป็นเด็กในตอนบ่าย เขาจะไล่ต้อนฝูงวัวไปกินหญ้าแล้วพากลับเข้าคอก และอธิบายเพิ่มเติมว่า ถ้าเราต้องการให้วัวเดินไปด้วยกันในทางทางหนึ่ง เราต้องอยู่ข้างหลังพร้อมกับไม้ ต่อจากนั้นก็ไปหาวัวที่ฉลาด ๆ หน่อยสักสอง สามตัวให้ไปอยู่หน้าฝูง แล้วควบคุมให้เดินไปตามทางที่เราต้องการ ฝูงวัวที่เหลือก็จะเดินตามวัวหัวหน้าฝูงไปเอง ที่สำคัญเขา (เนลสัน) ย้ำว่า ต้องนำทางจากข้างหลังและบอกว่า นั่นเป็นวิธีที่ผู้นำควรใช้ อ่านแล้วจี๊ดเหมือนกับที่หนุ่มเมืองจันทร์ว่าไว้ไม่มีผิด ผู้นำยืนอยู่ข้างหลังก็ได้แต่สิ่งที่ต้องนำคือความคิดครับ เอาความคิดไปนำคนอื่น ๆ เมื่อได้รับการยอมรับแล้ว [...]