Blog Archives

ค้นหาครัวเรือนยากจน ไม่เอาอยากจน

October 2, 2011

Tweetตามคำสั่งของนายอำเภอที่แต่งตั้งคณะทำงานบูรณาการแก้ไขปัญหาความยากจนนั้น  ผมเป็นหนึ่งในคณะทำงานนั้นโดยทำหน้าที่เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขาครับ  แล้วก็ในวันศุกร์ที่ผ่านมา (30  กันยา) ผมได้เข้าไปชี้แจงในที่ประชุมร่วมกำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  สมาชิกสภา  อบต.  ได้รับทราบแล้วว่า  ท่านเหล่านั้นเป็นคณะทำงานในระดับหมู่บ้าน  และท่านต้องทำอย่างไรบ้าง การชี้แจงเรื่องการบูรณาการแก้ไขปัญหาความยากจนในวันนั้น  ผมมีความรู้สึกว่าสมาชิกสภา  อบต.  จะเป็นกังวลว่าหมู่บ้านของเขาไม่มีคนตกเกณฑ์  จปฐ.  เลย  แต่คนจนน่ะมี  จะได้รับการแก้ไขด้วยหรือไม่  ผมเลยต้องชี้แจงเรื่องการค้นหาครัวเรือนยากจนในหมู่บ้านอีกครั้งว่าต้องทำอย่างไรบ้าง  ถ้าทำตามที่ผมบอกจะไม่มีปัญหาเรื่องครัวเรือนอยากจนแน่นอนครับท่าน ในการค้นหาครัวเรือนยากจนในหมู่บ้านต่าง ๆ เราจะใช้เกณฑ์ข้อมูล  จปฐ.  ในปี  2554  ที่ผ่านมานี่แหละครับมาประกอบกับการทำเวทีประชาคมที่เราต้องยึดเป็นหลัก  เพราะต้องยอมรับว่าข้อมูล  จปฐ.  นั้นบางทีมันไม่ใช่  คนตกเกณฑ์เรื่องรายได้กลายเป็นคนที่รวยที่สุดในหมู่บ้านก็มีให้เห็นมาแล้ว  เราจึงต้องทำเวทีประชาคมเอาชาวบ้านมาบอกเราว่าคนนี้ใช่หรือไม่  ถึงแม้จะมีข้อมูล  จปฐ.  ว่าตกเกณฑ์  แต่ถ้าเข้าสู่เวทีประชาคมแล้วชาวบ้านไม่รับรองว่าเป็นครัวเรือนยากจนก็สามารถตัดออกได้  ในขณะเดียวกันแม้จะไม่มีชื่อใน  จปฐ.  ถ้าชาวบ้านในเวทีประชาคมรับรองว่าจนจริง ๆ เราก็นำชื่อนั้นเข้าสู่ในระบบเพื่อรับการแก้ไขต่อไป เมื่อได้รายชื่อมาแล้ว  คณะทำงานระดับตำบลที่เราเรียกว่า  ทีมเคาะประตูบ้าน  จะลงพื้นที่ไปเคาะประตูบ้านสำรวจความเป็นอยู่  พูดคุย  เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์อีกครั้งว่า  เราจะแก้ไขปัญหาของครัวเรือนนี้อย่างไร  จะซื้อปลาให้เขา  หรือจะสอนวิธีเลี้ยงปลา  จับปลาให้เขา  ที่สำคัญที่สุดคือเขาพร้อมที่จะเรียนรู้กับเรามั้ย  เมื่อคราวเราจัดโครงการนี้ครั้งแรกสักสองปีมาแล้ว [...]

กลัวหรือเขิน

September 15, 2011

Tweet เวลาที่มีอุบัติเหตุ  หรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน  ชาวบ้านที่ตำบลโคกกลางรู้ดีว่าต้องโทรไป  1669  แต่ที่เข้าใจผิดคือ  คนที่รับสายคือเจ้าหน้าที่ของ  อบต.โคกกลาง  พอไปเจอเสียงที่ไม่คุ้น  แถมพูดภาษาราชการด้วย  เขาก็รีบวางสาย  แล้วโทรมาเบอร์  อบต.  โดยที่เราเองก็ไม่รู้รายละเอียดของคนไข้เลยว่าเป็นยังไง  พอเราแจ้งไปทางศูนย์ถูกหาว่าเราอยากได้เคสเลยไปโกหกเขา (เคยมีเคสอย่างนี้จากหน่วยกู้ชีพของเอกชน)  ทำไมไม่ให้ผู้พบเหตุแจ้งเขาเอง  อยากบอกเขา (ผู้เข้าเวรที่ศูนย์) เหลือเกินว่า  ผู้แจ้งเขาย่านการเว้าไทย ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า  ที่เขากลัวการพูดภาษาของภาคกลางเป็นเพราะอะไร  กลัวพูดไม่ถูก  หรือเขินที่จะพูดเพราะไปว่าคนอื่นไว้เยอะหรือเปล่า  แม้กระทั่ง  อปพร.  หรือกู้ชีพบางคนไม่กล้าตอบโต้วิทยุสื่อสารเป็นเพราะอายกลัวพูดภาษาไทยไม่ถูกครับ  บางคนอ้างเรื่องจำรหัสไม่ได้ไปโน่นเลย เรื่องนี้เป็นความกลัวของคนอีสานที่แก้ยังไงก็ไม่หายซะที  ขณะเดียวกันถ้าไปอยู่ที่อื่นก็อายที่จะพูดภาษถิ่นอีก  กลัวว่าจะมีคนรู้ว่าอยู่อีสานหรือไง  ในขณะที่หลายพื้นที่กลับห่วงว่าคนรุ่นใหม่จะพูดภาษาอีสานบ่อเป็น  เดี๋ยวนี้แม่รุ่นใหม่จะสอนลูกตั้งแต่ยังแบเบาะด้วยการพูดคุยกับลูกเป็นภาษาไทยกลาง  ทำให้เขาคุ้นเคยตั้งแต่ยังเด็ก  โตขึ้นมาเขาจะพูดภาษถิ่นได้เองตามสภาพแวดล้อม  แต่ก็ยังไม่วายมีคนข้างบ้านมากระแนะกระแหนว่าดัดจริตสอนลูกให้พูดไทย  พาลทำให้บางคนเลิกสอนลูกไปเลย คงต้องอดทนรอดูแหล่ะครับว่า  สองแนวทางนี้อันไหนใช้ได้ดี  อันไหนใช้ได้ดีมากกว่า  คนที่อดทนคือผู้ชนะ

เมืองไทยเมืองหนังสือโลก

August 27, 2011

Tweet เรื่องของเมืองไทยได้เป็นเมืองหนังสือโลก  คงเป็นข่าวมาตั้งแต่ ยูเนสโก ประกาศให้ กรุงเทพมหานคร เป็น เมืองหนังสือโลก  หรือ  Word  Book  Capital  ครั้งที่  13  ประจำปี  2556  เมื่อปลายเดือนมิถุนายนแล้วล่ะครับ  แต่ผมเพิ่งจะมาทราบเอาตอนที่ผู้ว่ากรุงเทพออกมาบอกทางทีวี  ผ่านการโฆษณาเรื่องนี้แหละครับ คุณสมบัติหนึ่งในห้าข้อของเมืองที่จะได้รับเลือกเป็นเมืองหนังสือโลกคือ  มีโครงการสนับสนุนการพัฒนาหนังสือและการอ่าน  แม้จะมีโครงการแต่หลายคนก็สงสัยว่าไทยได้เป็นเจ้าภาพได้อย่างไรเพราะคนไทยอ่านหนังสือน้อยมาก  สำนักงานสถิติแห่งชาติไปสำรวจเมื่อปี  2549  พบว่าคนไทยใช้เวลาอ่านหนังสือเฉลี่ยวันละ  1.59  ชั่วโมง  ล่าสุดเป็นสถิติที่โฆษกกรุงเทพบอกว่าคนไทยอ่านหนังสือเพียงวันละ  39  นาทีเท่านั้น…..แม่เจ้า ทุกยุคทุกสมัย  ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล  ผมเห็นเขารณรงค์เชิญชวนกันอ่านหนังสือมาตลอด  แต่ก็ไม่เห็นชาวบ้านอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นเลย  ซึ่งผมมองว่ามันเป็นวัฒนธรรมของชาวบ้าน ผู้คนตามหมู่บ้านในชนบทส่วนมากมักจะทำนา  ทำสวน  หรือทำไร่  ที่ต้องออกจากบ้านตั้งแต่เช้า  กลับเข้าบ้านเย็นย่ำ  และไม่มีวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์  หลังจากมาถึงบ้านทานข้าวเย็นเรียบร้อยแล้ว  ชาวบ้านเขามักจะคุยกันสารพัดเรื่องล่ะครับ  ทั้งการบ้านและการเมือง  แล้วแต่ช่วงนั้น ๆ จะมีอะไรเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์  เขาไม่แยกตัวเข้าห้องอ่านหนังสืออยู่คนเดียวเหมือนคนเมือง  แต่เขาจะมีสังคมการพูดคุยแทน  ข้อมูลที่นำมาพูดคุยจากทีวีบ้าง  จากการพูดคุยกับเกษตรอำเภอบ้าง  จากหมอดินบ้าง  จากครูในหมู่บ้านบ้าง  [...]

ใครไม่รู้เข้าไปอยู่ที่ สปก.

August 16, 2011

Tweetสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา  เวลาพักกินข้าวกลางวัน  มีน้าคนหนึ่งเข้ามาที่  อบต.  บอกว่าจะมาขอไฟฟ้า  ผมบอกน้าแกไปว่าไม่ต้องเข้ามาเองก็ได้ให้แจ้งสมาชิก อบต. เดี๋ยวเขาจะจัดการให้  น้าแกอธิบายให้ผมฟังว่าผมเข้าใจแกผิดและแกอธิบายแบบผมไม่ค่อยเข้าใจต้องถามไปเป็นระยะแล้วก็สรุปให้แกฟังด้วยว่ามันเป็นอย่างนี้ใช่มั้ย  จนเพื่อนร่วมวงสนทนาขยายออกไปมากขึ้นเรื่อย ๆ สรุปแล้วน้าแกมาติดต่อ อบต. เพื่อขอไฟฟ้าเข้าบ้าน  เนื่องจากแกย้ายมาอยู่ใหม่และเพิ่งปลูกบ้านแล้วเสร็จ  แกเข้าใจว่างานทุกอย่างอยู่ที่ อบต. หมดเลยมาขอที่นี่  และปัญหาของแกที่เราหลายคนได้ฟังแล้วคิดว่าน่าจะเป็นหนังเรื่องยาวอีกเรื่องคือ  แกย้ายเข้ามาอยู่ในที่  สปก.  ที่เจ้าของเดิมทิ้งไปแล้ว โดยการประสานงานของนายหน้าคนหนึ่ง  เรียกรับเงินจากแกแล้วให้แกเข้าไปอาศัยอยู่ได้เลย  พร้อมทั้งบอกกับน้าแกว่า  สามารถทำมาหากินบนที่ดินผืนนี้ได้เพราะเจ้าของเดิมย้ายไปไหนแล้วก็ไม่รู้  แล้วแกจะขอไฟฟ้าได้ยังไงครับก็บ้านแกเป็นบ้านที่ไม่มีบ้านเลขที่  แล้วจะขอบ้านเลขที่ยังไงในเมื่อแกย้ายมาอยู่ทับซ้อนกับคนอื่น ก่อนหน้านี้หลายเดือน  พนักงานจ้างของที่นี่ก็เคยเจอแบบนี้  มีใครก็ไม่รู้เข้าไปอยู่ในที่  สปก.  มรดกตกทอดของเขา  คนที่เข้ามาอยู่คิดเพียงว่าเจ้าของเดิมตายไปแล้ว  ลูกหลานคงไม่มีใครสนใจที่ดินแปลงนี้  เล่นเอาผู้รับมรดก  สปก.  อึ้งไปเลยครับ  ผมมักจะได้ข่าวแบบนี้แว่วมาตามสายลมเสมอครับ  เมื่อเดือนก่อนมีชาวบ้านรวมตัวกันไปขับไล่ผู้บุกรุกแบบน้าคนนี้ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง  นายหน้าน่าจะเป็นคนเดียวกันกับน้าคนนี้นะ แม้เงินค่านายหน้าจะไม่มากมายอะไร  แต่กับคนบางคนเขาทำมาหาเก็บมาทั้งชีวิตเขาเลยนะครับ  พอมีคนไปบอกว่าจะมีที่ทำกินแล้วเขาต้องทุ่มเงินที่มีเพียงก้อนเดียวให้ไปด้วยความหวัง  ผมเคยสอบถามเจ้าหน้าที่  สปก.  ว่ารู้มั้ยว่าที่  สปก.  มีการเปลี่ยนมือกัน  เขาตอบว่าเขามีวิธีตรวจสอบ  555  แต่ผมไม่เคยเห็นเขาทำอะไรเลย  ไม่งั้นวังน้ำเขียวคงไม่มีข่าวหรอกครับ

งดเหล้าเข้าพรรษา

July 17, 2011

Tweet เคยสงสัยเหมือนกันว่าทำไมต้องเป็นเข้าพรรษา  ถ้างดได้จริงทำไมไม่งดเก้าเดือนที่เหลือล่ะ  สามเดือนที่เข้าพรรษานี่กินซะให้ฉ่ำ  ผมเที่ยวไปสอบถามคนที่ไม่กินเหล้าตอนเข้าพรรษาหลายคนได้รับคำตอบที่แตกต่างกันไป  แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ให้คำตอบเป็นเหตุเป็นผลได้ดีทีเดียว  เขาบอกไว้ว่าอย่างนี้ครับ ตัวของเขากินเหล้าทุกวัน  ไม่เว้นแม้กระทั่งวันพระ  เมาทุกวัน  เลยอยากพักร่างกายให้ปลอดจากเหล้า  ก็ถือโอกาสเข้าพรรษาสามเดือนเหมือนกับได้หยุดเหมือนพระ  ผมแหย่ว่าทำไมไม่งดตอนออกพรรษาล่ะ  เขาตอบว่าก็ตอนนั้นมันมีงานบุญงานกุศลเยอะ  ซองได้มาแทบทุกงานใส่ไปซองละร้อยก็ขอให้ได้กินอะไรหน่อยสิ (เอากะแกสิ) หลายคนในตำบลนี่สงสัยเหมือนกันนะครับว่าแกทำได้ไง  จากกินเหล้าเมาหัวราน้ำทุกวันจนชาวบ้านเอือมไปตาม ๆ กัน  พอเข้าพรรษาแกงดได้ตลอดทั้งสามเดือน  มันเลยสงสัยว่าถ้าทำได้ดีอย่างนี้ทำไมไม่ทำมันตอนออกพรรษา หลายคนในสำนักงานนี่เตรียมตัวงดเหล้ามาพอสมควรแล้วจากไม่ดื่มในวันพระ  กะไว้ว่าเข้าพรรษาก็จะงดยาวสามเดือน  ดีไม่ดีอาจจะเลิกได้นะครับทำเป็นเล่นไป