บางทีแอบบ่นกับคนใกล้ตัวว่า ตั้งแต่ทำงานที่ อบต.โคกกลาง วันสำคัญต่าง ๆ ไม่เคยได้พาครอบครัวไปไหนเลย วันลอยกระทงก็ไปทำงาน วันเด็กก็ไปทำงาน วันอะไรต่อมิอะไรก็ไปทำงานตลอดเลย ที่ อบต.โคกกลาง จัดงานวันเด็กตรงกับวันเด็ก ไม่เหมือนกับที่อื่น ๆ ที่พากันจัดในวันศุกร์ก่อนวันเด็ก แรกเริ่มเดิมทีผมไม่ทราบว่าทำไมถึงจัดวันเด็ก เพราะเท่าที่เห็นหน่วยงานราชการอื่นเขาจัดกันในวันศุกร์ แล้ววันเสาร์เขาก็พาลูกพาหลานไปเที่ยวกัน หรือว่าปลัดลืมคิดเรื่องนี้เพราะตัวเองไม่มีลูก (ในตอนนั้น) การเตรียมการจัดงานมีมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้วล่ะครับ ปลัดเรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องทั้งโรงเรียน รพ.สต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มแม่บ้าน อสม. และ ส.อบต. และประเด็นในวันนั้นที่เป็นเรื่องโจ๊กในวงเหล้าของเราคือ ของรางวัลในวันเด็กชิ้นใหญ่ ๆ เช่นจักรยาน ที่มีเด็กจับสลากได้ไป บางปีเด็กที่ได้เป็นคนตำบลอื่นที่มาเที่ยวงาน แต่ ส.อบต. อยากให้เด็กในตำบลโคกกลางได้ บางคนถึงกับบอกว่าให้ซื้อจักรยานมา 12 คนเลยให้หมู่บ้านละคัน และอื่น ๆ อีกมาก แม่เจ้า…..วางมาดมานาน ถ้าทำอย่างนั้น คนที่สบายคือผมและเพื่อนพนักงานทั้งหลายนี่แหละครับ พอถึงวันเด็กทีก็ซื้อจักรยานมาให้หมู่บ้านละคัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต. ก็ไปคุยกันเองว่าจะให้ใคร จบ สมมุติว่าทำจริง ๆ [...]
Blog Archives
คิดแบบเด็ก คิดแบบผู้ใหญ่หรือคิดแบบไหน
January 12, 2012ถามข่าวรองนายก
November 10, 2011แม้ว่าเราจะไม่ใช่ เจ้าภาพ แต่เราก็เข้าไป เตรียมความพร้อม ในเรื่องของ สถานที่ เพื่อที่จะให้งาน พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และในวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ในเบื้องต้นอำเภอแจ้งว่า รองนายก ฯ เฉลิม อยู่บำรุง จะเดินทางมาปิดงานให้ ทำให้ อบต.โคกกลางวุ่นพอสมควร บังเอิญจริง ๆ ที่วานนี้เปิด facebook ไว้ทั้งวัน แต่ตัวผมกลับไปอยู่กลางสนามประสานกับเวทีงานลอยกระทง แล้วพี่หน่อง ทักทายเข้ามา เลยได้โอกาสตรวจสอบความเป็นมา เป็นไป ของบรรดารัฐมนตรี ว่าเป็นอย่างไรบ้าง สรุปแล้วท่านคงไม่มาหรอกครับ ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องเกรงมาก พิธีปิดก็ทำแบบสบาย ๆ ขอบคุณพี่หน่อง เลขาฯ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง อย่างสูงครับที่เอื้อเฟื้อเป็นอย่างดีเสมอมา
ไม่มีคำบรรยาย
October 28, 2011ตั้งแต่เดือนกรกฏาคมมาแล้วครับที่บ้านเราเจอปัญหาเรื่องน้ำ ตอนนี้เข้ามาโอบล้อมเมืองหลวงของเราไว้แทบทุกทาง และไม่มีทางที่จะรอดไปได้ ไม่เคยมีใครเอาชนะธรรมชาติได้ มีแต่เรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน…เท่านั้น theatlantic.com เขียนบทความเรื่องน้ำท่วมกรุงเทพฯไว้ และมีภาพประกอบในมุมที่เราอาจจะไม่เคยเห็นเลยนำมาให้ชมกันครับ แต่ละภาพไม่มีคำบรรยายจริง ๆ
ใจน้อยลอยกระทง
October 26, 2011บ่ายวันนี้ท่านปลัดเรียกพนักงาน ลูกจ้างในส่วนของสำนักปลัดประชุม เพื่อมอบหมายงานและติดตามงานที่มอบไปว่าไปถึงไหนแล้ว โดยเฉพาะการเตรียมงานที่กำลังจะมาถึงอย่าง งานประเพณีลอยกระทง ที่ อบต.โคกกลาง อบต.เล็ก ๆ จัดเป็นประจำทุกปี บางปีได้รับคำชมจากชาวบ้านที่มาเห็นว่าจัดได้ดีกว่าที่อำเภอซะอีก แต่ก็ใช่ว่าจะดีอย่างเดียว อย่างปีที่แล้วก็มีการน้อยอกน้อยใจกันเกิดขึ้น อาการน้อยใจเกิดจากการเข้าใจผิด หรือตั้งใจให้เป็นอย่างนั้นผมก็ไม่ทราบ เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ สมาชิก อบต. น้อยใจว่านายกเอาใจผู้ใหญ่บ้านมากเกินไป เรียกผู้ใหญ่บ้านไปนั่งโต๊ะ แต่กับสมาชิกไม่ยอมเรียก แต่นายกกลับคิดว่า งานนี้สมาชิก อบต. เป็นเจ้าภาพทุกคนเพราะ อบต. เป็นคนจัดงาน เพราะฉะนั้นเจ้าภาพต้องเป็นคนเรียกแขก เชิญแขกมานั่ง แล้วเจ้าภาพทุกคนควรช่วยกันรับแขก ไม่ใช่ให้ใครมารับตัวเอง ผมไม่ทราบว่าที่อื่นเป็นยังไง แต่ที่นี่เป็นอย่างนี้ โดยเฉพาะสมาชิก อบต. (ต้องวงเล็บไว้หน่อยว่าบางคน) ชอบที่จะให้พนักงานไปคอยต้อนรับเอาอกเอาใจเพื่อจะโชว์ชาวบ้านหรือเปล่าไม่ทราบ แต่งานอย่างนี้แขกเยอะครับ เราต้อนรับแทบไม่ไหว บางปีหัวหน้าส่วนราชการมาทั้งอำเภอก็มี เราก็ต้องรับแขกเหมือนอย่างที่นายกว่า เจ้าภาพควรจะช่วยกันรับแขก ไม่ใช่มาต้อนรับกันเอง เท่าที่ผมเห็นมาหลายงานมีไม่มากคนหรอกครับที่เป็นแบบนี้ ส่วนมากมักจะเป็นคนหน้าเดิม ๆ นั่นแหละครับ นี่ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งแกสอบตกขึ้นมา จะเป็นไงบ้างก็ไม่รู้เนอะ…
ที่นี่น้ำไม่ท่วม มีแต่ความขัดแย้ง
October 21, 2011เมื่อคนสองคนที่ความเห็นไม่ตรงกันจะมาคุยกันแบบไม่ทะเลาะกันนี่ผมว่ายากแล้ว สองคนที่มีความเห็นไปในทางตรงกันข้ามแบบนี้ยังมีกลุ่มคนสนับสนุนตัวเองอีกฝ่ายละไม่น้อยแล้วจะให้มาคุยกันกลางวงฝ่ายสนับสนุนทั้งสองคงเป็นไปได้ยากเหมือนกับที่ใครบางคนคิดว่าน้ำจะไม่ท่วมกรุงเทพ ที่นี่น้ำไม่ท่วม มีแต่ความขัดแย้ง… ที่ตำบลโคกกลางมีหมู่บ้านหนึ่งซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่และเป็นหมู่บ้านชายแดน คือมีเขตติดต่อกับอำเภออื่น คนในหมู่บ้านนี้จะแบ่งเป็นสองกลุ่ม (หรืออาจจะมากกว่านี้) ให้เห็นชัดเจนเมื่อมีการประชุมหรือจัดเวทีประชาคม และชัดเจนมากขึ้นเมื่อมีการเลือกตั้ง แม้จะเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ แต่ที่นี่ไม่มีโรงเรียน ไม่มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก แต่มีชื่อของหมู่บ้านเป็นชื่อโรงเรียนและตั้งอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง ผมไม่ทราบสาเหตุที่เป็นอย่างนี้ ได้แต่เดาเอาว่าความขัดแย้งของคนในหมู่บ้านคงเป็นสาเหตุหนึ่ง ล่าสุด…มีความเห็นไม่ตรงกันกรณีใช้วัดเป็นสถานที่หล่อพระ กลุ่มหนึ่งให้ใช้ได้ กลุ่มหนึ่งไม่อยากให้ใช้ ในที่สุดกลุ่มแรกชนะแต่หลังเสร็จงานค่าน้ำค่าไฟที่ตกลงกันไว้ว่าจะจ่ายให้วัดไม่มี กลุ่มหลังไปทวงเลยเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันใหญ่โตทั้งโยมทั้งพระ จนชาวอำเภอนี้รู้กันทั่วจากการแจ้งความไว้ที่โรงพัก ถ้าที่นี่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมเหมือนอย่างที่กรุงเทพตอนนี้ ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าชาวบ้านที่นี่จะผ่าวิกฤติออกไปได้อย่างไร ภาพประกอบจาก google+ suthichai yoon