892

ความจริงเรื่องนี้ห่างหายไปจากทอระสับและข้อความทาง inbox นานแล้ว  เพิ่งจะโผล่มาอีกเมื่อวานนี้เองครับ  เล่นเอางงไปพักใหญ่  ผมว่าคนถามก็คงจะรู้คำตอบดีอยู่แล้วล่ะ  แต่ที่ถามมาเพราะอยากได้ความมั่นใจเพิ่มขึ้นประมาณว่า  คนอื่นก็คิดเหมือนกับเราว่ะ

ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย  ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  พ.ศ.  2552  กำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิจะได้รับเงินเบี้ยยังชีพไว้ใน  ข้อ  6 (4)  ซึ่งก็บอกไว้ชัดนะครับว่า  “ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ  รัฐวิสาหกิจ  หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ได้แก่  ผู้รับเงินบำนาญ  เบี้ยหวัด  บำนาญพิเศษ  หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน  ผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ผู้ได้รับเงินเดือน  ค่าตอบแทน  รายได้ประจำ  หรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่รัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดให้เป็นประจำ  ยกเว้นผู้พิการและผู้ป่วยเอดส์ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจ่ายเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  พ.ศ.  2548”

คือคนถามเขาอยากจะได้ความมั่นใจว่า  คุกหรือเรือนจำเนี่ยเป็นสถานสงเคราะห์ของรัฐเหรอ  หรือจะไปตีความว่า  เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐเป็นประจำ  ซึ่งผมได้ให้ความเห็นไปว่า  เป็นการได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากรัฐเป็นประจำ  เหมือนกับกรณีของพระที่ได้รับเงินนิติยะภัติ  ดีนะที่ไม่ได้ยินว่า  “อ้าว  แล้ว อสม.ล่ะ” (ฮา)

เวลาที่มีคำถามแบบนี้มามักจะต่อด้วยคำว่า  “แล้วจะทำยังไง”  เอ้า…

หรือเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ  แบบว่าฉันรู้แล้วล่ะว่า  จ่ายไม่ได้  แต่ฉันอยากรู้ว่า  ข้อความที่จะต้องพิมพ์ประกาศน่ะเป็นยังไง  เขียนว่ายังไง  และหนังสือเรียกเงินคืนน่ะมีตัวอย่างพอเป็นแนวทางมั้ย  ขอหน่อยสิ (ฮา)  นี่แค่เริ่มติดนะครับ  อีกหน่อยพ้นโทษออกมาและมาแสดงตัวกับเราที่ อบต.ต้องมีคำถามมาอีกชัวร์ว่าจ่ายต่อเลยได้มั้ย  หรือต้องทำไง

nengneng

nengneng

นักพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
รองประธาน ชมรมพัฒนาชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย)
ลูกของแม่ และเพื่อนของท่าน
nengneng

comments

comments