865

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา  มีการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาความยากจนของอำเภอเพ็ญขึ้น  ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในคณะทำงาน  แต่ว่าไม่ได้เข้าร่วมประชุมกับเขานะครับ  เนื่องจากติดภารกิจประชุมอื่นแล้วก็เคยร่วมประชุมกับคณะนี้บ่อย  เรียกว่ารู้ทางกันเลยว่าการประชุมในวันนั้นจะมาแบบไหนผมเลยไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย

อีกสองวันต่อมามีการประชุมประจำเดือนร่วมระหว่างสมาชิก อบต.กับ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้มีการกล่าวถึงเรื่อง  การแก้ไขปัญหาความยากจนในตำบล  ซึ่งข้อมูลก็มาจากการประชุมในวันที่ผมไม่ได้ไปนั่นแหละครับ  เป็นข้อมูลการตกเกณฑ์ จปฐ.ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเพ็ญที่เป็นเลขาของคณะทำงานแก้จนนำมาแจ้งแก่คณะทำงาน  และกำนันได้นำมาแจ้งแก่ที่ประชุมทราบ

ที่กำนันงงคือ  ข้อมูล จปฐ.มันไม่ตรงกับความจริงของชาวบ้าน  ที่บอกว่ารายได้ต่ำกว่า  30,000  บาทต่อปี  ความจริงแกได้เดือนละสามหมื่น  อะไรแบบนี้ครับ

ผมซึ่งนั่งฟังอยู่ด้วยในวันนั้นก็ไม่ได้แปลกใจอะไรนะครับ  เนื่องจากคุ้นกับข้อมูลที่ไม่ตรงสักปีของ จปฐ.อยู่แล้ว (ฮา) แล้วก็รู้ด้วยว่าที่ข้อมูลมันไม่ตรงกับความเป็นจริงเพราะอะไร  แต่ก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ที่ประชุมฟังนะครับ  หนึ่งคือเขาไม่ถาม  สองคือเราเองก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับงานนี้มาได้สองสามปีแล้ว  เลยไม่อยากไปยุ่งอะไรด้วย

ขนาดไม่ยุ่งด้วยแล้ว  ยังมีการมองมาที่ผมในขณะที่ผู้ใหญ่บ้านท่านหนึ่งเสนอว่า  ไม่ควรจะให้  อสม.เป็นคนจัดเก็บข้อมูล  เพราะแกเชื่อว่า  อสม.ท่านนั้นไม่ได้ไปเก็บข้อมูลจริง  ควรจะให้นักเรียนเป็นคนไปเก็บข้อมูลดีกว่า  ผมได้แต่นึกในใจว่า  ที่ข้อมูลมันคลาดเคลื่อนก็เนื่องมาจากนักเรียนเจอกลยุทธของแม่บ้านผู้ร่ำรวยนี่แหละ

แถมพอถึงขั้นตอนบันทึกข้อมูลดันนำไปให้คนตำบลอื่นจัดการให้  แล้วมันจะไปรู้ได้ไงล่ะว่าใครเป็นใคร  ถ้าเป็นคนในตำบลเดียวกันพอเห็นว่าตกเกณฑ์มันยังสงสัย  แต่นี่ไม่เลยครับ

ไม่ว่าข้อมูลจะตรงหรือไม่  ก็คงต้องนำบุคคลเป้าหมายเหล่านั้นมาผ่านกระบวนการที่จะทำให้เขาเปลี่ยนทัศนคติตามกระบวนการต่อไปเท่านั้นเอง  ข้อดีของความผิดพลาดนี้คือ  พอเข้ากระบวนการแล้ว  ปีต่อไปหายจนทันทีครับ (ฮา)

nengneng

nengneng

นักพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
รองประธาน ชมรมพัฒนาชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย)
ลูกของแม่ และเพื่อนของท่าน
nengneng

comments

comments