793

ถามกันเข้ามาเยอะเหมือนกันนะครับ  กรณีที่ผู้สูงอายุมีชื่อในทะเบียนบ้านแต่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่  คือไปอาศัยอยู่กับลูกหลานที่ต่างจังหวัด  บางรายอยู่ต่างประเทศด้วยซ้ำ  การรับเงินเบี้ยยังชีพก็รับด้วยวิธีโอนเงินผ่านธนาคาร  บางรายทำหนังสือมอบอำนาจให้ลูกหลานไปรับแทน

แล้วอยู่มาวันหนึ่ง  ผู้สูงอายุท่านนี้ก็เสียชีวิตลงโดยที่ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จ่ายเงินเบี้ยยังชีพให้ไม่ทราบเลยจนผ่านไป  10  เดือนถึงได้ทราบว่าผู้สูงอายุท่านนี้เสียชีวิตแล้ว  นักพัฒนาชุมชนที่ดูเรื่องนี้อยู่เขาก็ถามมาว่าจะทำยังไง  ผมก็ตอบได้เพียงว่า “เรียกเงินคืน” เท่านั้นแหละครับ

ในสังคมชนบทแบบบ้านเราเมื่อผู้เฒ่าผู้แก่ตายลงมักจะมีการแจ้งข่าวสารไปทางญาติ  ซึ่งมันทำให้ชาวบ้านทั้งตำบลรับรู้ด้วยอยู่แล้ว  และตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยเรื่องการจ่ายเงินเบียยังชีพปี  52  เขากำหนดสิทธิของผู้รับเบี้ยยังชีพจะหมดลงเมื่อตาย

ประเด็นนี้แหละครับที่ถามกันมาเยอะว่า  นับจากวันที่ตายหรือวันที่ลงในใบมรณะบัตร  บางรายบอกด้วยซ้ำไปว่า  ญาติไม่นำใบมรณะบัตรมาแจ้งเพราะกลัวไม่ได้รับเงินเบี้ยยังชีพ  ผมก็ได้บอกไปว่า  เราหยุดจ่าย เมื่อทราบว่าตาย ครับ  ก็ยังถามมาอีกว่า  อ้าวแล้วเกิดเขาไม่ตายจริงล่ะ (ฮา)

การหยอกล้อ  หรือเล่นกันแรงๆ อย่างไปโกหกญาติว่า  ญาติผู้ใหญ่เขาเสียชีวิตแล้วเนี่ย  ในชีวิตจริงคงไม่มีใครทำกันหรอกนะครัล…แหม่

nengneng

nengneng

นักพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
รองประธาน ชมรมพัฒนาชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย)
ลูกของแม่ และเพื่อนของท่าน
nengneng

comments

comments