ช่วงเย็นของวันหนึ่ง ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินมาตามลำพังที่สนามหญ้าชานเมืองแห่งหนึ่ง เขาไม่ได้เดินปล่อยอารมณ์อย่างนี้มานานแล้ว เพราะว่าไม่มีใครเข้าใจจิตใจของเขาจริงๆสักคน เขาจำเป็นต้องกดข่มอารมณ์ของตัวเองไม่ให้ฟุ้งซ่าน เพราะว่าวิธีนี้เป็นวิธีเดียวที่จะไม่ให้เขาจมปลักคิดถึงแต่เรื่องต่างๆ ของตัวเอง

เขานอนลงกับพื้นหญ้าและมองขึ้นไปบนท้องฟ้าพลางสูดดมความหอมของไอดินกลิ่นหญ้า แล้วปล่อยอารมณ์อย่างเต็มที่ ไม่นานเขาก็เผลอหลับแล้วฝัน ในฝัน เขาได้กลายเป็นผีเสื้อตัวหนึ่งที่มีสีสวยงามตระการตา บินวนเวียนอยู่อย่างมีความสุขกลางสวนดอกไม้ที่มีท้องฟ้าสีครามเมฆขาวอยู่เบื้องบน มีพื้นหญ้าสีเขียวที่นุ่มอยู่เบื้องล่าง มีสายลมพัดเอื่อยๆ ผ่านใบหลิว มวลดอกไม้ต่างแย่งกันอวดชูช่อและสีสัน คลื่นน้ำในสระพริ้วไหวเป็นระลอกๆ ยามต้องลม ชายหนุ่มนั้นดื่มด่ำมีความสุขอยู่กับความฝันจนลืมโลก ลืมตัวเองไปจนหมดสิ้น

ฉับพลันนั้นเขาก็ตื่นขึ้นมา เขาแยกไม่ออกจริงๆ ว่าเมื่อกี้นี้เป็นความจริงหรือความฝัน และเมื่อเขารู้ตัวว่าเป็นความฝัน จึงพูดขึ้นว่า “ข้าก็ยังคือข้า ผีเสื้อก็ยังคือผีเสื้อ”

กาลเวลาผ่านไป ในที่สุดเขาก็เริ่มรู้แล้วว่า ที่แท้ผีเสื้อที่มีสีสวยงามและบินวนเวียนอย่างมีความสุขนั้นคือตัวเขาเอง และในขณะนี้เขาก็ยังเป็นเขาคนเดิม ความเป็นตัวตนของเขาก็เหมือนเดิมทุกอย่าง ที่แตกต่างคือ ความรู้สึกนึกคิดที่เปลี่ยนไปจากเดิมทุกอย่างแล้ว

เขาได้เรียนรู้แล้วว่า ไม่ว่าสถานการณ์รอบตัวจะไม่ได้ดั่งใจแค่ไหน จะทุกข์สักเพียงไหน หากใจของเราไม่ไปทุกข์ด้วย เราก็มีความสุขได้ และตัวเองก็สามารถจะทำจิตของตัวเองให้มีความสุขได้

ที่มา : www.thaioctober.com

nengneng

nengneng

นักพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
รองประธาน ชมรมพัฒนาชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย)
ลูกของแม่ และเพื่อนของท่าน
nengneng

comments

comments