316

ต้องบอกก่อนนะครับว่า  ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องพิธีกรแต่อย่างใด  ผมเพียงสนใจงานด้านนี้  ความจริงหน้าที่การงานมันบังคับให้ต้องสนใจ  หน้าที่การงานมันบังคับให้ต้องศึกษาหาความรู้ในด้านนี้  และต้องขอบคุณอาจารย์เต็ด  พรชัย  แก้วประเสร็ฐ  และ  โครงการพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น  มหาวิทยาลัยศิลปากร  ที่ถ่ายทอดความรู้ในการเป็นพิธีกรให้

ผมเข้ารับการอบรม  และฝึกปฏิบัติเทคนิคการเป็นพิธีกร เมื่อเดือนกรกฎาคม  2554  โน่นแนะครับ  หลังจากกลับมาก็ได้รับหน้าที่เลย  โดยให้ผมเป็พิธีกรในงานประเพณีลอยกระทง  งานก่อนหน้านั้นผมทำหน้าที่พิธีกรคนเดียว  ผมไม่เคยทำสคริปต์แบบมีบทพูดนะครับ  ผมทำเพียงแค่กำหนดการคร่าวๆ ว่า  ลำดับขั้นตอนของงานนั้นๆ เป็นยังไง  แล้วไปว่ากันเอาหน้างาน

แต่สำหรับพิธีกรงานลอยกระทงคราวนั้น  พิธีกรมีสองคนครับ  เนื่องจากปลัดอยากฝึกบุคลากรของ อบต.เพื่อให้เก่งงานพิธีกร  เวลามีงานจะได้ไม่ต้องไปขอความอนุเคราะห์จากใคร  เลยจัดพิธีกรหญิงอีกหนึ่งคนมาคู่กับผม  ที่มาของสคริปต์บทพูดมาจากคนนี้แหละครับ  คือผมนำสคริปต์แบบไม่มีบทพูดไปให้เธอดู  เธอบอกว่าต้องมีบทพูดให้  และให้ผมไปจัดการเลยว่าจะให้เธอพูดว่าอะไรตอนไหน

ด้วยความที่งานนี้เป็นงานของเรา  เราเป็นเจ้าภาพเอง  เราจึงมีข้อมูลของทุกๆ เรื่องในมืออยู่แล้ว  แต่ถ้าท่านไปรับงานพิธีกรของที่อื่น  ท่านจะต้องมีข้อมูลของงานทุกเรื่องนะครับ  เพื่อที่จะมาร่างพิธีการของงานแบบคร่าวๆ นำไปเสนอแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องว่า  งานเริ่มจากอะไรไปไหนเป็นขั้นเป็นตอน  พอได้รับการอนุมัติแล้วค่อยมาทำสคริปต์แบบลงรายละเอียดคำพูด  หรือถ้าไม่มีบทพูดก็ลงกำหนดการที่ละเอียดไว้ว่าขั้นตอนของงานเป็นอย่างไร  ลงบทคร่าวๆ ได้ครับว่า  ขั้นตอนนี้พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้  อะไรแบบนี้

นักพัฒน์ท้องถิ่นทุกแห่งน่าจะมีประสบการณ์ในการเป็นพิธีกรอยู่แล้ว  ลองทำงานใหญ่ประเภทต้องใส่ชุดไทยขึ้นเวทีหน่อยเป็นไรครับ  ผมเชื่อว่านักพัฒน์ที่รักทั้งหลายทำได้แน่นอนครับ

nengneng

nengneng

นักพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
รองประธาน ชมรมพัฒนาชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย)
ลูกของแม่ และเพื่อนของท่าน
nengneng

comments

comments