มาทำงานในหน้าที่พัฒนาชุมชนนี่ต้องทำตัวให้มีความพอดีเข้าไว้
พัฒนาชุมชนต้องทำตัวเป็นตัวอย่างให้ชาวบ้านเห็น ว่าทำแบบพอดีเป็นยังไง
อย่างการปลูกกะเพราไว้กินเอง เป็นงานที่ทำได้ไม่ยาก
กะเพราที่เราปลูก ๆ กันอยู่ทั่วไปมีอยู่ 2 ชนิดคือ กะเพราขาว และกะเพราแดง ซึ่งเป็นการเรียกตามสีของก้านใบและก้านดอก
กะเพราเป็นพืชที่มีกลิ่นหอม เราเลยนิยมนำมาปรุงอาหารเพื่อแต่งกลิ่น ดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ เช่นที่ผมทำบ่อย ๆ ก็ผัดกะเพราหมูสับ อันที่นานครั้งคือผัดเผ็ด อร่อยครับ (ต้องรีบบอกซะก่อน เดี๋ยวไม่กล้าชิม)
การปลูกกะเพรานั้นสามารถปลูกได้ทั้งแบบเพาะเมล็ด และแบบปักชำ อายุของมันแค่ปี สองปีเท่านั้นนะครับ
ผมปลูกแบบเพาะเมล็ดครับ ง่ายดี ไม่รู้ว่าจะเลียนแบบชาวบ้านได้มั้ย เสียดายที่ผมไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ท่านทั้งหลายได้ดูชม เพาะในกาละมังเก่าครับ ได้ต้นกล้าแล้วนำมาปลูกในกระถาง
ผมคงมีโอกาสนำวิธีการปลูกมานำเสนอในตอนต่อ ๆ ไป เป็นการปลูกแบบคนเเมืองที่ไม่มีพื้นดินไว้ปลูกพืชผักสวนครัว ต่อไปเวลาทำอะไรคงต้องถ่ายภาพเก็บไว้ด้วย ต้นที่ท่านเห็นในภาพประกอบนี้ ตอนนี้แห้งเหี่ยวเฉาไปแล้วครับ คงต้องปลูกใหม่…รอชมครับรอชม
สภาพกิ่งเก่า ดูเหมือนเพิ่งแตกยอดอ่อนครับ ปลูกกะเพราแล้วแต่เจ้าตัวชอบครับ บางท่านอยากได้ใบใหญ่ยอดอวบ หอมไม่แรงมาก ก็ให้อยู่ร่มๆ หน่อย รำไรๆบ้าง แล้วใส่ปุ๋ยบำรุงน้ำ
แต่อีกแนว เอาออกแดดแป๋นๆ ใส่ปุ๋ยบ้างรดน้ำตามแต่จะนึกขึ้นได้ จะได้ต้นแกรนๆ กลิ่นจะแรงมากครับ
แต่ก็ชอบจังครับปลูกเองหยิบได้ใกล้มือแถมปลอดภัย ^^
เดี๋ยวผมคงต้องขอความรู้ด้านการเพาะปลูกจากเกษตรดี ดีบ้าง ความจริงก็ตามอยู่แล้วแต่ยังไม่ค่อยเห็นเรื่องพวกนี้ ตามต่อครับตามต่อ
ดีครับ …ปลอดสารพิษ ผมก็กำลังเตรียมดินปลูกผักกินเองเหมือนกัน
แล้ว อย่าลืมมาเล่าให้ฟังนะครับหมอ
^^ มันหลายเรื่องจนละลานครับพี่(สงสัยยังมึนอยู่) เดี๋ยวค่อยๆเก็บไปครับ