ผมเพิ่งไปให้หมอตัดเนื้อร้ายออกจากร่างกายเมื่อวานนี้  กลับมาพร้อมด้วยคำสั่งหมอว่า  ห้ามให้แผลถูกน้ำ  7  วัน  และมาล้างแผลที่โรงพยาบาลทุกวันจนกว่าจะตัดไหม  ผมถามหมอว่าทำไงล่ะ  หมอบอกไม่รู้แต่ห้ามให้ถูกน้ำ  เออนะ…ก็แผลมันอยู่โคนขาขวา  อาบน้ำมันต้องโดนอยู่แล้ว  แล้วแขนผมไม่แข็งแรงพอที่จะยืนแทนขา  และถ้าทำอย่างนั้นได้จริง  การเอาเท่าถูตัวมันคงไม่ถนัด (ฮา)

เนื้องอกตรงนี้มันอยู่กับผมมานานเป็น  10  ปีแล้วครับ  แรกๆ มันก็เหมือนกับสิวเลยไม่ได้สนใจใยดีกับมันนัก  แต่พอนานไปมันโตขึ้น  แล้วมันเสียดสีเวลาเดิน  เจ็บครั้งแรกผมก็นึกว่าตัวเองอ้วนเกินไปแล้ว เวลาเดินจึงมีอาการเจ็บที่โคนขา  และอีกอย่างคือ  ผมชอบใส่กางเกงยีนส์ขาสั้นออกกำลังกาย  ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นอาการของเนื้อกับผ้าเสียดสีกันมันจึงเจ็บ  เพราะมันไม่ได้เจ็บตลอดเวลา  หรือเจ็บทุกวัน  มันเป็นบางวันเลยไม่ได้ใส่ใจ

เนื้อร้ายในชีวิตคนเราคงเหมือนกันนี่แหละครับ  มันเกิดจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้เสมอ  เมื่อเราไม่ได้สนใจมัน  มันอาจมีการพัฒนาให้เชื้อนั้นเติบใหญ่ขึ้นมาแบบช้าๆ แต่มั่นคง  บางครั้งกว่าที่เราจะรู้ตัวมันลุกลามกินชีวิตการงานเรามากเกินกว่าจะแก้ไขเยียวยาได้แล้ว  ฉะนั้นผมอยากให้เพื่อนนักพัฒน์หมั่นสังเกตุเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา  มันมีอะไรเกี่ยวกับเราบ้าง  บางครั้งแม้เราจะมองว่า เรื่องแค่นี้เอง ก็ควรรีบจัดการแก้ไขจะได้ไม่เกิดปัญหาตามมา

ใครไม่รู้บอกไว้ว่า  การทำความดีเปรียบเหมือนปลาว่ายทวนน้ำขึ้นไปสู่ที่สูงเพื่อจะพบแต่น้ำที่ใสสะอาด  คนที่พยายามทำความดีแม้จะลำบากยากเย็นก็ย่อมพบชีวิตที่ดี  สะอาดสดใส  ไอ้ความลำบากยากเย็นระหว่างทวนน้ำขึ้นไปนี่แหละ  เก็บให้ละเอียดเชียว

ภาพประกอบจาก  dek-d.com

nengneng

nengneng

นักพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
รองประธาน ชมรมพัฒนาชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย)
ลูกของแม่ และเพื่อนของท่าน
nengneng

comments

comments