คราวที่ไปอบรมเครือข่ายงานพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุได้ยินเรื่องนี้มาเหมือนกันแต่ฟังบ้างรับโทรศัพท์บ้างเลยจับประเด็นไม่ได้  กลับมาพอจะได้ทำข้อบัญญัติซึ่งน้องเขาถามเรื่องกองทุนวันละบาทเป็นไงมีมั้ย  ผมเลยบอกไปว่า  ตำบลเราไม่มีและให้รอเรื่องการออมแห่งชาติก่อน  กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ  พ.ร.บ.ก็ออกมาแล้ว  เร็ว ๆ นี้น่าจะเปิดให้สมัครได้

ตาม พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ  พ.ศ. 2554  บอกว่าผู้ที่มีสิทธิสมัครเป็นสมาชิกกองทุนคือผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ จนถึง 60 ปีบริบูรณ์ แล้วก็ไม่เป็นผู้ประกันตนตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคมซึ่งส่งเงินเพื่อได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีชรา  สมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ  กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร  กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น  กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน  หรือสมาชิกกองทุนอื่น หรืออยู่ในระบบบำนาญอื่นตามที่จะกำหนดโดยกฎกระทรวง

เมื่อเป็นผู้มีสิทธิสมัครและอยากสมัครก็แจ้งความจำนงพร้อมทั้งจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนไม่ต่ำกว่าครั้งละ 50 บาท แต่เมื่อรวมกันแล้วในปีหนึ่งต้องไม่เกิน 13,200 บาท  และรัฐบาลจะจ่ายเงินสมทบตามระดับอายุของสมาชิก  และเป็นอัตราส่วนกับจำนวนเงินสะสม  โดยมีอัตราตามที่กำหนดในบัญชีเงินสมทบท้าย พ.ร.บ. และเมื่อรวมกันแล้วในปีหนึ่ง ๆ ต้องไม่เกินจำนวนเงินสมทบสูงสุดที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ตามตารางนี้

เมื่อสมาชิกกองทุนอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ (รวมถึงผู้ที่มีอายุ 50 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปที่สมัครในช่วงปีแรกที่เปิดรับสมาชิกและออมครบ 10 ปี) ก็จะได้รับบำนาญจากเงินสะสม  เงินสมทบ  และผลประโยชน์ของเงินดังกล่าวไปตลอดอายุขัย  ในวันที่คำนวณบำนาญ  หากเงินในบัญชีของสมาชิกผู้ใด  เมื่อคำนวณบำนาญแล้วมีจำนวณน้อยกว่าบำนาญขั้นต่ำ  สมาชิกผู้นั้นจะได้รับ เงินดำรงชีพ เป็นจำนวนเท่ากับบำนาญขั้นต่ำเป็นรายเดือนจนกว่าเงินในบัญชีจะหมด  รายละเอียดอื่น ๆ [download id=”7″]

nengneng

nengneng

นักพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
รองประธาน ชมรมพัฒนาชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย)
ลูกของแม่ และเพื่อนของท่าน
nengneng

comments

comments