วานนี้กลับจากที่ทำงานถึงบ้านเกือบทุ่ม  ไม่ได้ทำงานมากมายอะไรหรอกครับ  อยู่เป็นกำลังใจให้กับเพื่อนพ้องน้องพี่ไปอย่างนั้นเอง  บางครั้งเพื่อนย่อมต้องการกำลังใจจากเพื่อน  แต่ในบางครั้งเพื่อนก็ไม่อยากได้จากเพื่อนแต่อยากได้จากคนอื่นก็ตาม (ฮา)

หลังจากที่เคลียร์สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเสร็จแล้วได้หยิบหนังสือ  “ปรัชญาชีวิต”  ของ คาลิล  ยิบราน  ซึ่ง อาจารย์ระวี  ภาวิไล  ได้แปลไว้ออกมาอ่าน  หนังสือเล่มนี้ผมซื้อตั้งแต่ปี  32  แต่ยังหยิบมาอ่านได้เรื่อย ๆ จนถึงตอนนี้  มันเป็นความจริงของชีวิตของเราครับ  อย่างตอนที่พูดเรื่องการแต่งงานได้บอกไว้ดีมาก

จงรักกันและกัน  แต่อย่าสร้างพันธะแห่งความรัก

และขอให้ความรักนั้น  เป็นเสมือนห้วงสมุทรอันเคลื่อนไหว  อยู่ระหว่างฝั่งแห่งวิญญาณของเธอทั้งสอง

จงเติมถ้วยของกันและกัน  แต่อย่าดื่มจากถ้วยเดียวกัน

จงให้ขนมปังแก่กัน  แต่อย่ากัดกินจากก้อนเดียวกัน

จงร้องและเริงรำด้วยกัน  และจงมีความบันเทิง  แต่ขอให้แต่ละคนได้มีโอกาสอยู่โดดเดี่ยว

ดังเช่นสายพิณนั้น  ต่างอยู่โดดเดี่ยว  แต่ว่าสั่นสะเทือนด้วยท่วงทำนองดนตรีเดียวกัน

จงมอบดวงใจ  แต่มิใช่ต่ออีกฝ่ายหนึ่ง

เพราะหัตถ์แห่งชีวิตอมตะเท่านั้น  ที่จะรับดวงใจของเธอไว้ได้

และจงยืนอยู่ด้วยกัน  แต่ว่าอย่าใกล้กันนัก

เพราะว่าเสาของวิหารนั้น  ก็ยืนอยู่ห่างกัน

และต้นโพธิ์  ต้นไทร  ก็ไม่อาจเติบโตใต้ร่มเงาของกันได้

อ่านแล้วอิ่ม  อ่านแล้วมันใช่เลยอ่ะ  แต่จะมีสักกี่คนที่เป็นอย่างนั้น  จะมีสักกี่คนที่ทำตัวปกติแล้วบังเอิญไปตรงตามหนังสือบอกไว้  ถ้าเป็นอย่างนั้นได้  ผมว่าชีวิตเขาคงสุข  กะว่าหยิบหนังสือมาอ่านจะได้หลับกลับต้องลุกมาเขียน (ฮา)

nengneng

nengneng

นักพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
รองประธาน ชมรมพัฒนาชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย)
ลูกของแม่ และเพื่อนของท่าน
nengneng

comments

comments