คนที่ทำงานอยู่ท้องถิ่นคงทราบดีว่าแต่ละหน่วยงานมีทุนการศึกษาให้กับเจ้าหน้าที่  พนักงานของหน่วยงานทั้งปริญญาตรี  ปริญญาโท  ส่วนมากแล้วใช้วิธีจัดคิวตามความอาวุโสว่าใครมาอยู่ก่อนได้ก่อน  ถ้าเพิ่งย้ายมาให้ต่อท้าย  แม้ว่าอายุราชการจะมากกว่าก็ตาม  หลายคนเลยใช้วิธีได้เรียนแล้วค่อยย้ายถึงแม้ว่าจะยังไม่จบที่ใหม่ก็ต้องตั้งงบประมาณไว้ให้  ถ้าไม่อยากตั้งงบก็ต้องไม่ตกลงที่จะรับโอนย้าย  มีบางคนเหมือนกันที่ไม่อยากวุ่นวายเลยใช้ทุนส่วนตัวเรียน

ที่สำนักงานของผมนี่ก็เหมือนกัน  รอแล้วรออีกเพราะเรียนได้ปีละคน  แม้ว่าตามระเบียบแล้วจะสามารถตั้งงบประมาณไว้สำหรับการนี้ได้มากกว่าหนึ่งคนก็ตาม  สภาที่ไหนจะอนุมัติล่ะ  เรียนหนังสือหรือจะดีเท่าสร้างถนน  เมื่อเรียนได้ปีละคนเลยเกิดการแย่งกันขึ้น  คนที่มาแย่งเค้าเพิ่งย้ายมาด้วย (แปลกดี – เมื่อก่อนไม่เห็นมีอย่างนี้) น้องหลายคนบอกว่าเค้าพูดแหย่เฉย ๆ แต่ผมคิดว่าเขาเอาจริง  ที่เค้าพูดออกมาว่าจะใช้สิทธิของหัวหน้าส่วน (ที่ยังไม่จบตรี) เรียนต่อโทนั้น (เกี่ยวกันมั้ย) เป็นการโยนหินถามทาง  ถ้าไม่มีใครโวยวายก็ทำเรื่องเสนอ – จบ

การได้ใช้เงินหลวงเรียนต่อในระดับปริญญาโท  มันเกิดความภาคภูมิใจเล็ก ๆ (หรือเปล่าไม่รู้) จึงเห็นคนท้องถิ่นหลายคนใช้ทุนหลวงเรียน  แม้จะรู้ว่าถ้าเรียไม่จบหรือออกกลางคนต้องชดใช้คืนสามเท่า  หรือว่านี่เป็นตัวบังคับให้เรียนให้จบ  คนบางคนมีเงินทองมากมายแต่ไม่ยอมใช้ของตัวเอง  อยากเป็น (รองปลัด) อยากได้  อยากมี  เรื่องวุ่นวายเลยเกิดขึ้น

กับคนบางคน  ยิ่งใกล้ชิด  ยิ่งรู้  ยิ่งเห็นกันชัดเจนว่าคุณคิดยังไง  ร้ายกว่าที่นึก  ลึกกว่าที่เห็น

nengneng

nengneng

นักพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
รองประธาน ชมรมพัฒนาชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย)
ลูกของแม่ และเพื่อนของท่าน
nengneng

comments

comments