Tweetจังหวัดตรังได้ทำหนังสือหารือไปกรมส่งเสริมฯ ถามว่าผู้สูงอายุที่เป็นผู้นำศาสนาอิสลาม ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามระเบียบเดิมปี 48 อยู่แล้ว ตอนนี้ใช้ระเบียบปี 52 ยังมีสิทธิรับเบี้ยยังชีพอยู่หรือไม่ เพราะในบทเฉพาะกาลบอกไว้ว่า ไม่ให้กระทบสิทธิของผู้ที่ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามระเบียบปี 48
ตอนนี้มีหนังสือตอบข้อหารือจากกรมส่งเสริมฯออกมาแล้วครับ ตอบมาว่า คำว่าไม่ให้กระทบสิทธิ ไม่เกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สูงอายุ ถ้าผู้สูงอายุขาดคุณสมบัติก็ไม่สามารถจ่ายเบี้ยยังชีพได้
คงเป็นเหมือนกับพระบ้านเรานั่นล่ะครับ ถ้าเป็นเจ้าอาวาสมีเงินประจำตำแหน่งที่ทางรัฐจ่ายให้เป็นประจำทุกเดือนอยู่แล้ว ถือว่าขาดคุณสมบัติ แต่พระลูกวัดที่ไม่ได้รับเงินประจำจากรัฐ สามารถรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุได้
เรื่องแบบนี้มีปัญหาให้ได้ถามกันทุกที่ ทุกตำบลครับ ไม่ว่าใครก็อยากได้เงิน ส่วนการเสียเงินไม่มีใครอยากเสีย อย่างค่าขยะเดือนละสิบบาทไม่อยากจ่าย แต้ถ้ามีการแจกของ แม้มูลค่าไม่ถึงสิบบาทก็อยากได้ บางคนนั่งรถมาตั้งไกลเพื่อมารับของที่มีมูลค่าไม่ถึงสิบบาทนี้
