ข้อเสนอ อปท.เพื่อการปฏิรูป ตอนที่ 1 : รูปแบบของท้องถิ่น

975 ข้อเสนอ อปท.เพื่อการปฏิรูป ตอนที่ 1 : รูปแบบของท้องถิ่น

เมื่อคืนนี้มีหลายคนนำธรรมนูญการปกครองฉบับล่าสุดออกมาให้เพื่อนๆ ได้ดูแล้ว  แต่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา  ข่าวหนึ่งที่เป็นที่สนใจของคนท้องถิ่นคือ  ข้อเสนอองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อการปฏิรูปท้องถิ่นผ่าน  Facebook  ของแกนนำสมาพันธ์ปลัด อบต.  และสมาพันธ์ปลัดเทศบาล  เรามาดูกันดีกว่าครับว่า  แนวทางข้อเสนอที่ทางสมาพันธ์ปลัดเสนอมาเป็นอย่างไรบ้าง  นี่เป็นแนวทางหนึ่งในหลายแนวนะครับ  ผมสรุปออกมาเป็นข้อๆ ละกันครับ

1.  รูปแบบของท้องถิ่น  จากเดิมมี  อบต.  เทศบาล  อบจ.  กทม.  เมืองพัทยา  โดยสองอันหลังเป็นรูปแบบพิเศษ  พอปฏิรูปจะเหลือเพียง  เทศบาล  กับ  รูปแบบพอเศษ  อบต.ทั้งหมดให้เปลี่ยนเป็น เทศบาลตำบล  ตำบลหนึ่งให้มีท้องถิ่นเดียวคือเทศบาลตำบล  ตำบลใดมีทั้ง  อบต.  มีทั้ง  ทต.ก็ให้ยุบรวมเป็น  ทต.เดียว

2.  เทศบาล มี  3  รูปแบบ คือ  หนึ่ง เทศบาลตำบล  อยู่ในเขตตำบลนั้น  สอง เทศบาลอำเภอ  อยู่ในเขตตำบลที่เป็นที่ตั้งของอำเภอนั้น  อย่างเช่น  อำเภอเพ็ญตั้งอยู่ในเขตตำบลเพ็ญซึ่งมีเทศบาลตำบลเพ็ญ  และ อบต.เพ็ญ  ก็ยุบรวม  2  อปท.เป็นเทศบาลอำเภอเพ็ญ  สาม เทศบาลจังหวัด  อยู่ในเขตตำบลซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัด  กรณีนี้ส่วนมากจะเป็นเทศบาลเมืองหรือเทศบาลนครที่อยู่ในตัวจังหวัดนั้นๆ ล่ะครับที่ต้องเปลี่ยนชื่อเป็นเทศบาลจังหวัด

ทั้งเทศบาลตำบล  เทศบาลอำเภอ  และเทศบาลจังหวัด  มี  3  ขนาดคือ  ขนาดใหญ่  ขนาดกลาง  และขนาดเล็ก  โดยแบ่งตามจำนวนหมู่บ้าน  พื้นที่  จำนวนประชากร  พื้นที่เศรษฐกิจ  อุตสาหกรรมและแหล่งท่องเที่ยว  ตามเกณฑ์ที่กรรมการกำหนด

3.  องค์การบริหารส่วนจังหวัด  หรือ  อบจ.  ให้เปลี่ยนอำนาจหน้าที่จากเดิมที่เป็นการให้บริการสาธารณะเหมือนกับท้องถิ่นอื่นๆ  เปลี่ยนเป็น ฝ่ายอำนวยการให้กับเทศบาล  และเปลี่ยนชื่อเป็นสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดนั้นๆ ทำหน้าที่กำกับ  ดูแล  ตรวจสอบ  จัดสรรงบประมาณ  ฝึกอบรมให้ความรู้กับข้าราชการในจังหวัดนั้นๆ

ส่วนเรื่องที่มาของสมาชิกสภาท้องถิ่น  และนายกเทศมนตรี  ขอยกไปต่อในตอนต่อไปแล้วล่ะครับ

ส.ท.ท.วอน คสช.ทบทวนเลือกตั้งท้องถิ่น

วานนี้  สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย  หรือ  ส.ท.ท.  มีหนังสือที่  ส.ท.ท.  555/2557  ลงวันที่  21  กรกฎาคม  2557  เรื่อง  การได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นการชั่วคราวตามประกาศ  คสช. ที่  85/2557  ส่งถึง  พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา  หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ  เรียกร้องให้มีการทบทวนประกาศ  คสช.  ฉบับที่  85/2557

เมื่อมีการประกาศใช้ธรรมนูญในการปกครองประเทศ  แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี  สมาชิกสภาปฏิรูป  และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อบริหารประเทศแล้ว  ขอให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น  รายละเอียดปรากฏตามภาพประกอบนี้ครับ

972 ส.ท.ท.วอน คสช.ทบทวนเลือกตั้งท้องถิ่น

973 ส.ท.ท.วอน คสช.ทบทวนเลือกตั้งท้องถิ่น

974 ส.ท.ท.วอน คสช.ทบทวนเลือกตั้งท้องถิ่น

ขอบคุณภาพประกอบจาก  Facebook  ป.พิพัฒน์

ท้องถิ่นแบบใหม่ยุค คสช.

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคนท้องถิ่นคงรับรู้ รับทราบว่า  คสช.ออกประกาศฉบับที่ 85 เรื่อง  การได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นการชั่วคราว  ซึ่งสรุปว่า  นับแต่นี้เป็นต้นไปประเทศไทยจะยังไม่จัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นใน อปท.ทุกระดับ  เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ในเวลานี้ถ้าหากว่า  สมาชิกสภาท้องถิ่นใดครบวาระหรือพ้นจากตำแหน่งก็ให้มี “คณะกรรมการสรรหา” ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน  สรรหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถมาแทน  โดยกำหนดให้สรรหาผู้ที่มีคุณสมบัติจบปริญญาตรีขึ้นไป  และอย่างน้อย  2  ใน  3  ของจำนวนสมาชิกสภาท้องถิ่นทั้งหมดต้องเป็นข้าราชการ  หรืออดีตข้าราชการในจังหวัดระดับ  8  หรือเทียบเท่าขึ้นไป  หรือเป็นประธานหรือหัวหน้าองค์กรภาคเอกชน  หรือภาคประชาชนที่จดทะเบียนอย่างถูกต้อง

นอกจากนี้  ในประกาศฉบับนี้ยังได้ปรับลดจำนวนสมาชิกสภาท้องถิ่นลง  ให้ อบต.มี  10  คนจากเดิมหมู่บ้านละ  2  คน  ให้เทศบาลมี  12  คนเท่ากันหมด  จากเดิม  เทศบาลตำบล  12  คน  เทศบาลเมือง  18  คน  เทศบาลนคร  24  คน  (รายละเอียดประกาศดูได้ที่นี่)

และปลายๆ สัปดาห์ยังมีภาพโครงสร้างของ อปท.แบบใหม่จากสมาพันธ์ปลัดทั้ง อบต.  เทศบาล  และ อบจ. ออกมาอีก  เหมือนกับจะตอกย้ำว่า  การเลือกตั้งใน  อปท.นั้นห่างไกลออกไปทุกทีจนถึงอาจจะไม่มีเลือกตั้งอีกแล้วก็เป็นได้  เล่นเอาหลายคนสงสัยและตั้งคำถามในหมู่คนกันเองว่า  แน่ใจได้อย่างไรว่าปลัดหรือข้าราชการจะไม่ทุจริตข่าวที่เราได้ยินได้ฟังมาก็ตีคู่กันมาเลยอ่ะ  แล้วเรื่องเก่าอย่างโบนัสและทุนเรียนยังไม่จบเลยจะเปลี่ยนอีกและ  แล้วโบนัสตรูจะได้มั้ยวะเนี่ย (ฮา)

การจัดทำงบประมาณเบี้ยผู้ป่วยเอดส์ การบริการสาธารณสุข และการสมทบกองทุนหลักประกันสุขภาพ

วานนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ออกหนังสือซักซ้อมแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2558 รายการเงินอุดหนุนทั่วไป สำหรับสงเคราะห์เบี้ยผู้ป่วยเอดส์ และการสนับสนุนการบริการสาธารณสุข และรายการรายจ่ายที่เป็นภาระผูกพัน (การสมทบกองทุนหลักประกันสุขภาพ) ดูรายละเอียดตามภาพ หรือ ดูที่นี่ เลยครับ

967 การจัดทำงบประมาณเบี้ยผู้ป่วยเอดส์ การบริการสาธารณสุข และการสมทบกองทุนหลักประกันสุขภาพ

968 การจัดทำงบประมาณเบี้ยผู้ป่วยเอดส์ การบริการสาธารณสุข และการสมทบกองทุนหลักประกันสุขภาพ

969 การจัดทำงบประมาณเบี้ยผู้ป่วยเอดส์ การบริการสาธารณสุข และการสมทบกองทุนหลักประกันสุขภาพ

ทำงานกับชาวบ้านไม่ใช่ทำให้ชาวบ้าน

นี่เป็นหลักการข้อหนึ่งที่เราชาวนักพัฒนาชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ควรยึดถือปฏิบัติในการทำงานพัฒนาชุมชนในท้องถิ่น  “ทำงานกับชาวบ้านไม่ใช่ทำให้ชาวบ้าน”  การจะทำอะไรต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปครับ  การปรับเปลี่ยนทัศนคติของชาวบ้านมันไม่ได้ทำได้ง่ายเพียงปีเดียวหรือสองปี  มันต้องใช้เวลาเป็นสิบปีเลยล่ะครับ

เวลาที่เราเข้าไปทำงานกับชาวบ้านในชุมชนในหมู่บ้าน  ไม่ว่าจะสมัยก่อนหรือสมัยนี้  คนที่เรานักพัฒนาชุมชนเข้าหาคือ  ผู้นำครับ  ไม่ว่าจะเป็นกำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  สมาชิกสภา อบต.  หรือผู้นำกลุ่ม  ประธานกลุ่มต่างๆ เพราะเราเชื่อว่า  ถ้าเอาผู้นำอยู่ชาวบ้านก็ไม่มีปัญหาอะไร  แต่เราลืมนึกไปว่า  ปัญหาอยู่ที่ตัวผู้นำนั่นแหละครับ

ผู้นำบางคนไม่ยอมทำอะไรเลย  ผู้นำบางคนทำอะไรไม่เป็นเลย  บอกให้ทำนั่นทำนี่แทนที่จะทำมา  และเราก็ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะดีเลิศอะไรหรอก  แต่อยากให้ทำ  เคยเจอเหมือนผมมั้ยครับ  เขาไม่ทำ  เขาบอกให้เราทำให้เลย  จะได้ไม่ต้องแก้ไข  เออ…คิดง่ายดีว่ะ

แล้วไอ้ความรำคาญนี่แหละครับที่ทำให้ท่านผู้นำเหล่านี้ได้ใจ  ก็เพราะเรารำคาญไง  เราจึงทำให้  พอเราทำให้บ่อยครั้งเข้าผู้นำก็ได้ใจ  ทำอะไรไม่เคยเสร็จ  แล้วก็อีกอย่างคือ  อำเภอครับ  ไม่ว่าจะสั่งงานอะไรกำนัน  ผู้ใหญ่บ้านมา  มักจะบอกลงท้ายว่า  ก็ให้ อบต.ไงช่วย…เฮ้อ…

จากนี้ไปคงต้องคิดทบทวนและไม่ใจอ่อนกับบรรดาผู้นำแล้วล่ะครับ  ไม่ว่าเขาผู้นำหรือชาวบ้าน  เรานักพัฒนาชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องสอนเขาทำ  ไม่ใช่ทำให้เขา

แหะ  แหะ  ไม่รู้ว่าจะได้ผลขนาดไหนนะครับ…ลองดู…