ubuntu ความกรุณาต่อผู้อื่น

981 ubuntu ความกรุณาต่อผู้อื่น

ubuntu  หรือ  อูบุนตู  เป็นภาษาเก่าแก่ของชาวแอฟริกันครับ  ความหมายที่พวกเราทราบกันดีคือ  “ฉันเป็นฉันได้ก็เพราะพวกเราเป็นอย่างนั้น”  แปลออกมาแบบไทยเป็นไทยคือ  คนเราจะเป็นคนได้ก็เพราะคนอื่น  ซึ่งก็คือความหมายอีกความหมายหนึ่งของ  ubbuntu  คือ  “ความกรุณาต่อผู้อื่น”  ผมชอบคำคำนี้จัง  ความกรุณาต่อผู้อื่น

วันนี้ไม่ได้มาพูดถึง  ubuntu  ในฐานะเป็นระบบปฏิบัติการบนพีซีเหมือนกับ  windows  นะครับ  แต่อยากจะพูดถึงในแง่ที่เป็นภาษาเก่าแกของแอฟริกันที่เราแปลออกมาได้ว่า  “ความกรุณาต่อผู้อื่น”  ผมว่านักพัฒนาชุมชน อปท.เนี่ยมีกันทุกคนนะ

ผมเชื่อในเรื่องของการมีส่วนร่วม  ผมเชื่อว่าถึงเราจะเดินไปคนเดียวได้แต่ไม่สามารถไปได้ไกล

การเดินทางคนเดียวมันทำให้สามารถไปได้เร็วครับ  ข้อนี้ยืนยัน  เพราะมันไม่มีใครมาขัดแข้งขัดขาเดินเหินสะดวก  เมื่อมันไม่มีใครมาขวางทาง  เราอยากวิ่ง  เราก็วิ่ง  เราอยากไปทางลัด  เราก็ไป  แต่มันจะไปได้ไกลมั้ยนี่อีกเรื่อง

การเดินไปด้วยกันหลายๆ คน  อาจเกิดปัญหาสะดุดด้วยว่าความคิดของคนเราไม่เหมือนกัน  ต้องฟังคนนั้น  ต้องฟังคนนี้  เกิดความล่าช้า  แต่ในความล่าช้านั้นน่ะมีความรอบคอบนะผมว่า  เรื่องบางเรื่องเราอาจนึกไม่ถึงในขณะที่เราพิจารณาคนเดียว  เมื่อมีเพื่อนที่อยู่ข้างๆ คอยเตือน  คอยบอก  คอยชี้มันก็ทำให้เราเห็นภาพกว้างขึ้น  เหมือนมีคนคอยประคับประคอง  เหมือนมีคนคอยตะโกนบอกว่า  เฮ้ย  ข้างหน้ามีคนดักตีหัวอยู่นะ  อะไรแบบนี้

นี่แหละครับ  ความหมายของคำว่า  ubuntu  มันเป็นอย่างนี้แหละ  ถ้าเป็นแนวจอมยุทธ์เขาก็จะบอกว่า  “มีสุขร่วมเสพ  มีทุกข์ร่วมต้าน”  มีอะไรก็นำมาแบ่งปันเหมือนกับเหล่าสมาชิกชมรมพัฒนาชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย) กำลังแป่งปันกันอยู่นี่แหละครับ

มารยาทในการเล่น Facebook

980 มารยาทในการเล่น Facebook

ถึงแม้นว่าผมจะตั้งค่าบัญชีใน  Facebook  ของผมซ่อนวันเดือนปีเกิดไว้ไม่ให้โชว์ให้ใครๆ เห็นก็ตาม  แต่ก็มีเพื่อนใน  Facebook  อวยพรวันเกิดมา  คนอื่นๆ เห็นก็ตามเข้ามาบ้าง  แม้นจะไม่ได้เข้ามามากมายอะไรแต่ก็ขอบคุณทุกคนขอบคุณทุกคำอวยพรครับ

มาว่าเรื่องของ  “มารยาทในการเล่น  Facebook”  กันต่อดีกว่าครับ  เมื่อก่อนผมถือเป็นกฏเกณฑ์ของตัวเองเอาไว้แบบเงียบๆ ไม่บอกใครเชียวนะครับ  แต่หลังๆ มานี้ทราบว่า  กฏข้อนี้มีคนอื่นๆ คิดเหมือนผมหลายคนเลยนำมาเล่าสู่กันฟังว่า  “มารยาทในการเล่น  Facebook”  เป็นยังไง

กฏในการเล่น  Facebook  ของผมที่ถือมานานแล้วคือ  จะไม่ยอมรับหัวหน้าเป็นเพื่อนอย่างเด็ดขาด  ส่วนเพื่อนร่วมงานรับเป็นบางคน  และก็อยากจะบอกแฟนานุแฟนของบล็อกแห่งนี้ที่เป็นหัวหน้าทั้งหลายด้วยว่า  อย่าส่งคำร้องขอเป็นเพื่อนไปให้ลูกน้องตัวเองเด็ดขาด  ถื่อว่าเป็น  “มารยาทในการเล่น  Facebook”  ก็แล้วกันครับท่าน

ปกติธรรมดาของ  Facebook  ครับที่จะมีข้อความบ่น  เพ้อ  ระบายความอัดอั้นตันใจแบบว่าทำแล้วมันสบายใจ  แต่ถ้าคุณเป็นเพื่อนกับหัวหน้าของคุณและเพื่อนคนอื่นๆ ในสำนักงานของคุณบน  Facebook  คุณจะไม่มีวันสบายใจเลย  คุณจะไปโพสระบายความอัดอั้นตันใจแบบเดิมที่เคยทำไม่ได้เด็ดขาดขอบอก  แม้นแต่กด  Like  ก็อาจเป็นเรื่องได้

บน  Facebook  มันมีแค่ปุ่ม  Like  ปุ่ม  Dislike  หรือปุ่ม  “ไม่ชอบ”  มันไม่มีอ่ะ  ฉะนั้นเมื่อคุณกดปุ่ม  Like  เลยเดาไว้ก่อนว่าคุณชอบ  ทีนี้เกิดญาติผู้ใหญ่หัวหน้าคุณเสียชีวิต  หรือเกิดอุบัติเหตุแล้วหัวหน้าคุณนำภาพหรือข้อความมาโพส  คุณไปกด  Like  หัวหน้าคุณมองว่า  นี่เป็นการแสดงความเสียใจด้วยก็แล้วไปครับ  ยินดีด้วย (ฮา)

คสช.ยุบกองทุน SML

979 คสช.ยุบกองทุน SML

ไปเห็นข่าวใน  ASTV ผู้จัดการออนไลน์  ว่า คสช.สั่งยุบกองทุน  SML  กองทุนช่วยเหลือผู้ประกอบการในชุมชน  กองทุนพัฒนาเมืองในภูมิภาค  กองทุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์   ส่วนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี  ให้โอนย้ายไปสังกัดกรมพัฒนาชุมชน  สภาเกษตรกร ให้นำไปรวมกับกระทรวงเกษตร  งบที่เรียกคืน  9,000  กว่าล้านบาทจะนำไปสนับสนุน  กยศ.  และกองทุน  SME

นี่เป็นทิศทางการกลับไปสู่  “รัฐราชการ”  ตามที่หลายคนตั้งข้อสังเกตุหรือเปล่า  ยุบกองทุนที่ให้ชาวบ้านบริหารจัดการไปอยู่ใต้การบังคับของราชการ  เอาเงินไปช่วย  กยศ.  นี่เป็นเรื่องดี  แต่  SME  หลายคนบอกว่ามันเป็นธุรกิจนะ  แต่ที่รอดไม่ถูกยุบคือ  กองทุนหมู่บ้านครับ

คนที่วนๆ เวียนๆ อยู่กับชาวบ้าน  อยู่กับท้องถิ่นเนี่ยคงไม่มีใครปฏิเสธนะครับว่า  โครงการต่างๆ ที่ให้ชาวบ้านบริหารจัดการเองเนี่ยบางทีมันไม่มีประโยชน์ในสายตาราชการ  อย่างโครงการ  SML  ของบางหมู่บ้านมันไม่น่าจะเกิดขึ้นจริงๆ  ไอ้ที่เราเห็นคุ้นหน้าคุ้นตาคงจะเป็นการซื้อเต๊นท์  ซื้อโต๊ะ  เก้าอี้  เครื่องเสียง  ขุดลอก วนเวียนกันอยู่อย่างนี้เป็นประจำ  ขณะเดียวกันบางครั้งข้าราชการเองก็มีส่วนทำให้เป็นอย่างนั้น  อย่างเช่นในบางปีไม่ได้ขุดลอกหรือซื้ออย่างอื่นเลยเพราะเอาไปซื้อต้นไม้ตามการร้องขอของปลัดอำเภอ  ถ้าไม่ซื้อต้นไม้ก็ไม่ได้เพราะเสนอโครงการอื่นไปก็ไม่ผ่าน

แล้วก็ต้องยอมรับว่าบางหมู่บ้านเขาก็ทำโครงการได้ดีเหมือนกันนะครับ  อย่างหมู่บ้านหนึ่งไม่มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กประจำหมู่บ้าน  แต่ละวันต้องไปส่งลูกๆ ไปที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของหมู่บ้านติดกัน  สมาชิกสภา อบต.ของบไปทุกปีแต่ก็ไม่เคยได้  จนชาวบ้านคุยกันแล้วก็นำงบ  SML  ไปสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของหมู่บ้าน  แล้วก็ขอให้  อบต.จ้างครูไปประจำศูนย์

บางครั้งชาวบ้านจัดการตนเองไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังไว้  แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจัดการตนเองไม่ได้นะครับ  ชาวบ้านเขาทำได้  แม้จะไม่ได้เป็นทุกหมู่บ้านเท่านั้นเอง

ดูรายละเอียดของข่าวที่นี่

กระแสการปฏิรูปท้องถิ่น

978 กระแสการปฏิรูปท้องถิ่น

ไหนๆ ก็พูดถึงเรื่องการปฏิรูปท้องถิ่นมาสองสามวันในสัปดาห์ที่แล้ว  วันนี้ขอพูดถึง “กระแสการปฏิรูปท้องถิ่น” อีกสักวันคงไม่ว่ากันนะครับ 

คนที่อยู่ท้องถิ่นเองก็มองว่าท้องถิ่นนั้นมีความสำคัญและสมควรที่จะปฏิรูป  ไม่ต่างจากคนในสังคมส่วนใหญ่  ซึ่งถามจากใครๆ ไม่ว่าจะเป็นคนในท้องถิ่นเอง  หรือคนนอกที่มองมายังท้องถิ่นต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า  การบริหารที่ขาดหลักธรรมาภิบาล คือ ปัญหาหลักของท้องถิ่น  และสมควรปฏิรูป

เมื่อพูดถึงการบริหาร  คนส่วนใหญ่มักพุ่งเป้าไปที่ นายก ด้วยกันทั้งนั้น  ซึ่งจะบอกว่าไม่ใช่ก็คงไม่ได้  ยิ่งนายกที่เป็นนานๆ เป็นประจำ  เลือกตั้งครั้งใดก็ได้เข้ามานี่ต้องบอกว่า  เก่งนะครับ  เก่งทั้งเรื่องที่ดีและเรื่องที่ไม่ค่อยดี  แต่เรื่องหลังมักจะไม่ค่อยมีคนมองเห็น  แม้กระทั่งข้าราชการท้องถิ่นเองก็มองไม่เห็น  เอ…หรือหลับตาข้างหนึ่งไว้แล้วไปไล่คนอื่น (ฮา)  

อีกคนหนึ่งที่จะมองข้ามไปไม่ได้ คือ ปลัด  มีนายกบางคนพอมีเรื่องทะเลาะกันก็บอกตรงๆ เลยว่าแท็กติกที่ใช้อยู่ในการบริหารงาน อปท.ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันนี้น่ะ  ปลัด อปท.สอนให้  ไม่ได้สอนโดยตรงก็เป็นการสอนโดยอ้อม  โดยเฉพาะนายกที่จบการศึกษาแค่มอหก กศน.ครับ (ไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นดูแคลนนะครับ…อ่านต่อไปจะรู้) ได้รับการเลือกตั้งจากชาวบ้านมาเป็นนายก  แกไม่รู้เรื่องอะไรเลย  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน  เรื่องบริหาร  รวมถึงเรื่องที่อยู่ในมุมสลัวๆ ที่ไฟส่องเข้าไปไม่ถึง  แกได้มาจากปลัดและข้าราชการทั้งนั้นแหละ

ต้องบอกก่อนนะครับว่า  ไม่ได้หมายถึงนายกทุกคน  หรือปลัดทุกคนนะครับ  เป็นบางคนเท่านั้นและถ้าผมจะเปรียบนายกผู้ไม่รู้เรื่องอะไรเลยเป็นเหมือนผ้าขาวนี่จะว่าผมดัดจริตเกินไปมั้ยเนี่ย (ฮา)

แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ครับ  คนที่อยู่ใกล้นายกนั่นแหละครับ  เป็นคนเอาสีไปแปดเปื้อนแก  ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม  จากผ้าขาวเลยกลายเป็นจุดแต้มจุดด่าง  ครั้นจะให้สมาชิกสภาไปซักทำความสะอาดให้  คนเหล่านั้นกลับขี้เกียจ  บางทีความขี้เกียจก็เป็นข้ออ้างเฉยๆ ก็ที่เขาเดินเข้าสภามาได้นี่  นายกเป็นคนจูงมือพร้อมกับฉายไฟให้ด้วย

เรื่องของเรื่องมันเลยออกมาแบบนี้  ตัดคนที่เดินตามนายกออกไปซะแล้วหาคนใหม่แทน  คนเหล่านั้นมีกลุ่มคนคณะหนึ่งเลือกไว้ให้แล้ว  มาจูงมือไปได้  ดูสิมันจะเป็นยังไง  ดีขึ้นหรือดีลง (ฮา)

สมัครอบรม “การจัดสวัสดิการชุมชนและการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพ” ออนไลน์ผ่านบล็อกคนพอชอ

977 สมัครอบรม การจัดสวัสดิการชุมชนและการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพ ออนไลน์ผ่านบล็อกคนพอชอ

แฟนานุแฟนที่เข้ามาเว็บบล็อกคนพอชอแห่งนี้เป็นประจำคงจะพอสังเกตุเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกิดขึ้นนะครับ  นั่นก็คือ  แอ่น  แอ้น  Link สมัครเข้ารับการอบรม “การจัดสวสัดิการชุมชนและการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพฯ” สีฟ้าสดใสนั่นเองครับ

เรื่องของเรื่องคือ  มีเพื่อนๆ นักพัฒนาชุมชนทั้งที่เป็นสมาชิกชมรมพัฒนาชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย) และไม่ใช่ถามมากันเยอะทาง  Inbox  มากว่า  จะสมัครออนไลน์ยังไง  ส่งลิงค์สมัครอบรมมาให้หน่อยหาไม่เจอ  อะไรประมาณนี้  เลยต้องทำป้ายมาติดไว้ครับ

เมื่อคลิกที่  Link  นี้แล้ว  มันก็จะนำท่านไปในหน้าสมัครอบรมออนไลน์บนหน้าเว็บ อ.ปีเตอร์ทำไว้ของโครงการพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น  มหาวิทยาลัยศิลปากร นั่นเองครับ  เมื่อไปถึงหน้านั้นแล้วก็ให้ทุกท่านกรอกข้อมูลส่วนตัวของท่านเลยครับ  แล้วก็กดส่งแล้วอย่าลืมโทรไปแจ้งทางโครงการอีกครั้งเป็นการยืนยันว่าไปแน่นอนนะครับ

เอาล่ะครับ  เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็รีบคลิกสมัครเข้ามาเยอะๆ ครับ  ยอดของรุ่นที่  4  อุดรธานีตอนนี้ก็อยู่ที่ 300  แล้วล่ะครับ  ยังรับได้อีกนิดหน่อย  ด่วนนะครับ  รออยู่