จองคัมภีร์เบี้ยยังชีพแล้วอย่าเพิ่งโอนเงิน

1017 จองคัมภีร์เบี้ยยังชีพแล้วอย่าเพิ่งโอนเงิน

จองคัมภีร์เบี้ยยังชีพแล้วอย่าเพิ่งโอนเงินนะครับ  ที่ต้องมาบอกกันอย่างนี้ก็เพราะมีเพื่อนๆ พวกเรานี่แหละโอนเงินมาแล้วทั้งๆ ที่บอกกันประจำ  บอกกันตลอดว่าอย่าเพิ่งโอนเงิน  เข้าใจครับว่า  ท่านจองมาแล้วกลัวว่าจะไม่ได้เลยต้องรีบโอนมาก่อน

อยากบอกว่า  เมื่อท่านจองหนังสือ “คัมภีร์เบี้ยยังชีพ” มาแล้วรับรองได้ว่าได้ทุกคนล่ะครับ  ที่เรายังไม่ให้โอนเพราะหนังสือยังพิมพ์ไม่เสร็จแล้วมันจะตรวจสอบยากครับเวลาเราจะส่งหนังสือ  เรียกภาษาบ้านผมคือกลัวลืมนั่นเอง (ฮา)

ถ้าเรา ชมรมพัฒนาชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย) พร้อมที่จะส่งหนังสือให้กับท่าน  เราจะแจ้งท่านไปทางเฟชบุ๊ค  ทางไลน์  และจะสร้างช่องทางติดต่อให้กับท่านแจ้งเรามา  เมื่อนั้นค่อยโอนครับ  ส่วนใครที่ยังไม่ได้จอง  ลงชื่อจองที่นี่ครับ

ผู้เฒ่าย้ายตัดเงินทันทีแถมเรียกเงินคืนด้วย…โอววว

ตอนแรกว่าจะนำประกาศสถานสงเคาะห์ของรัฐจากกระทรวงพัฒนาสังคมฯฉบับที่  2  และฉบับที่  3  ที่ออกมาแก้ไขฉบับที่ออกก่อนหน้ามาให้ดู  แต่เห็นเรื่องคนเฒ่าคนแก่ย้ายแล้วโดนเรียกเงินคืนน่าสนใจกว่า  เลยนำมาเล่าให้ท่านฟังอย่างนี้ครับ

นางหนึ่ง  อปท.หนึ่ง  จังหวัดหนึ่ง  เป็นผู้สูงอายุที่ขึ้นทะเบียนรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุกับ อปท.หนึ่ง  ต่อมาแกได้ย้ายออกนอกพื้นที่ไปอยู่ที่ อปท.สองในเดือนกันยายน  2556  และได้มาขอขึ้นทะเบียนกับ อปท.สอง  จังหวัดสอง  ในเดือนพฤศจิกายนปี  2556  ซึ่งเป็นการลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในปีงบประมาณ  2558

อปท.สอง รับขึ้นทะเบียนแล้วได้ประสานไปยัง อปท.หนึ่งว่าได้จำหน่ายผู้เฒ่าหนึ่งออกจากระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพหรือยัง  เพราะ อปท.สองจะได้บันทึกข้อมูลของนางหนึ่งเข้าระบบสารสนเทศเพื่อขอรับเงินงบประมาณปี  2558  ต่อไป  เรื่องมันเกิดตรงนี้แหละครับ

เมื่อ อปท.หนึ่งได้ทราบว่านางหนึ่งได้ย้ายออกนอกพื้นที่จึงได้ประสานไปยังนางหนึ่งนอกจากไม่จ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต่อแล้วยัง “เรียกเงินคืน” เบี้ยยังชีพที่ได้จ่ายไปก่อนหน้าที่จะรู้ว่าผู้เฒ่าย้ายจากนางหนึ่งอีกด้วย  หุ  หุ…ฮงเบย

1015 ผู้เฒ่าย้ายตัดเงินทันทีแถมเรียกเงินคืนด้วย...โอววว

ผมว่า อปท.หนึ่งแกเข้าใจระเบียบผิดแน่นอนครับ  โดยเฉพาะคำว่า  “จนกว่าจะสิ้นสุดปีงบประมาณนั้น”  ไอ้  “ปีงบประมาณ”  นี่แหละครับผมว่าแกเข้าใจผิดในระเบียบเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุปี  52  ข้อ  8  บอกไว้ตามภาพประกอบ

1016 ผู้เฒ่าย้ายตัดเงินทันทีแถมเรียกเงินคืนด้วย...โอววว 

ในหนังสือซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติในการจ่ายเงินตามระเบียบ  ว 118  ลงวันที่  15  มกราคม  2556  ที่ออกมาเพื่อทำความเข้าใจนะครับว่าผู้สูงอายุหรือคนพิการย้ายเนี่ย  อปท.เก่าต้องทำไง  อปท.ใหม่ต้องทำไง  อ่านเองละกันครับ  มึน  เคสนี้เกิดขึ้นที่ภาคอีสานด้วย  ภาคอีสานที่จัดอบรมเรื่องเบี้ยยังชีพหลายครั้งกว่าภาคอื่นๆ ในขณะเดียวกันก็เป็นภาคที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบมากที่สุดด้วย  มันหมายความว่ายังไงล่ะ

รายชื่อสถานสงเคราะห์ของรัฐ ตอนที่ 1

ในระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  พ.ศ.  2552  ข้อ  6 (4)  บอกคุณสมบัติของผู้มีสิทธิจะได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไว้ว่า  “ไม่เป็นผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น”

และในระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยความพิการให้คนพิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  พ.ศ.  2553  กำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิจะได้รับเงินเบี้ยความพิการ ข้อ  6 (4)  ไว้ว่า  “ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ในความอุปการะของสถานสงเคราะห์ของรัฐ”  เลยมีคนสงสัยว่าไอ้สถานสงเคราะห์ของรัฐเนี่ยมีอยู่ที่ไหนบ้าง  วันนี้ผมเลยรวบรวมรายชื่อสถานสงเคราะห์ของรัฐมาไว้ให้ดูเพื่อสะดวกในการค้นหาครับ

สถานสงเคราะห์ในสังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

1008 รายชื่อสถานสงเคราะห์ของรัฐ ตอนที่ 1

1009 รายชื่อสถานสงเคราะห์ของรัฐ ตอนที่ 1

สถานสงเคราะห์ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

1010 รายชื่อสถานสงเคราะห์ของรัฐ ตอนที่ 1

สถานสงเคราะห์ในสังกัดกรมควบคุมโรค

1011 รายชื่อสถานสงเคราะห์ของรัฐ ตอนที่ 1

1012 รายชื่อสถานสงเคราะห์ของรัฐ ตอนที่ 1

รายชื่อสถานสงเคราะห์ของรัฐตามประกาศของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ยังมีฉบับที่  2  และฉบับที่  3  ตามออกมาอีกครับ  โปรดอดใจรอในตอนต่อไป

เมื่อคนพิการไปพักรักษาตัวที่ต่างประเทศ

1007 เมื่อคนพิการไปพักรักษาตัวที่ต่างประเทศ

นางหงษ์ (นามสมมติ) เป็นคนพิการที่ได้รับเงินเบี้ยยังชีพตามระเบียบปี  48  อยู่มาวันหนึ่งในเดือนธันวาคมปี  2550  ได้เดินทางไปรักษาตัวและพักอยู่ที่ต่างประเทศโดยที่ยังมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดิม  ทีนี้เมื่อเทศบาลทราบเรื่องว่านางหงษ์ได้เดินทางออกนอกประเทศจึงได้ทำการชะลอการเบิกจ่ายเงินเบี้ยความพิการของนางหงษ์ไว้ตั้งแต่เดือนกันยายน  2551

ต่อมาในเดือนมีนาคมปี  2555  นางหงษ์ได้เดินทางกลับมาประเทศไทยจึงไปติดต่อขอรับเงินเบี้ยความพิการที่เทศบาล  ท่านคิดว่าเทศบาลจะจ่ายเงินเบี้ยความพิการให้นางหงษ์มั้ย  ถ้าจ่ายต้องจ่ายแบบไหน

ถึงนางหงษ์จะไปพักรักษาตัวอยู่ที่ต่างประเทศ  แต่ไม่ได้ย้ายออกนอกพื้นที่นะครับ  ฉะนั้นนางหงษ์ยังคงมีสิทธิได้รับเงินเบี้ยความพิการอยู่ครับ  เทศบาลจะต้องจ่ายเงินเบี้ยความพิการตามระเบียบปี  48  เดือนละ  500  บาทตั้งแต่เดือนที่ชะลอคือเดือนกันยายน  2551 จนถึงเดือนมีนาคม  2553 

และเทศบาลยังต้องจ่ายเงินเบี้ยความพิการตามระเบียบปี  53  เดือนละ  500  บาทตั้งแต่เดือนเมษายน  2553  ถึงเดือนกันยายน  2554  ส่วนปีงบประมาณ  2555  เทศบาลจะต้องเบิกจ่ายงบประมาณจากเงินอุดหนุนเฉพาะกิจสำหรับคนพิการประจำปีงบประมาณ  2555  เดือนละ  500  บาท

สรุปนะครับ  นางหงษ์ไปพักรักษาตัวที่ต่างประเทศเดือนกันยายน  2551  กลับมาประเทศไทยเดือนมีนาคม  2555  กันยา  51  ถึง  มีนา  53  จ่ายตามระเบียบปี  48  เมษา  53  ถึง  กันยา  54  จ่ายตามระเบียบปี  53  เงินอุดหนุนทั่วไป  ส่วนปีงบ  55  จ่ายตามระเบียบปี  53  เงินเฉพาะกิจ

เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงที่กาฬสินธุ์นะครับ (คัมภีร์เบี้ยยังชีพหน้า  366) ในตอนนั้นคงวุ่นวายกับระเบียบและเงินทั้งทั่วไปและเฉพาะกิจน่าดู  แต่ถ้าเกิดในตอนนี้คงไม่มีอะไรวุ่นอย่างนั้นนะครับ  เอ…หรือไม่แน่ (ฮา)