นักพัฒนาชุมชน : วิทยากรกระบวนการ

1851

แรกเริ่มเดิมทีเมื่อครั้งทำ บล็อกคนพอชอ ขึ้นเมื่อปี 2552 (กำลังจะเข้าสู่ปีที่ 7 ในเดือนตุลาคมนี้ครับ) เรื่องที่ผมเขียนบันทึกไว้ในตอนนั้นมักจะเป็นเรื่องของ วิทยากรกระบวนการ เพราะว่าผมมีความรู้สึกว่า ผมจำเป็นต้องใช้และรู้เทคนิคในเรื่องวิทยากรกระบวนการ ด้วยในช่วงปีนั้นผมและเพื่อนนักพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเดียวกันมักจะได้ไปทำหน้าที่เป็นวิทยากรกระบวนการ ไม่ว่าจะงานค่ายเยาวชน งานแผนชุมชน และงานอื่นๆ ซึ่งแนวคิดนี้เป็นของหัวหน้าเกื้อกูลท่านพัฒนาการอำเภอในขณะนั้นครับ ท่านบอกว่ามันเป็นการฝึกฝน ฉะนั้นท้องถิ่นไหนเชิญท่านไปเป็นวิทยากร จะต้องมีนักพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างพวกเราไปร่วมเป็นทีมวิทยากรกระบวนการด้วย

วิทยากรกระบวนการคืออะไร

วิทยากรกระบวนการคือ คนกลางที่จัดแล้วก็ดำเนินการให้การพบปะอบรมเกิดการคิดและสื่อสารที่เป็นระบบ ถ้าท่านอ่านแล้วรู้สึกว่ามันเป็นภาษาทางวิชาการเกินไป นึกยังไงก็นึกไม่ออกให้ท่านนึกถึง เวลาที่ท่านไปอบรมครับ ไม่ว่าจะเป็นตบมือ ตบขา หรืออื่นๆ นั่นเป็นเทคนิคของวิทยากรกระบวนการในการเตรียมความพร้อมของคนก่อนเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ แล้วยังมีเทคนิคเครื่องมืออีกเยอะครับในการให้เราเรียนรู้ร่วมกัน ให้เราคิดร่วมกัน ที่อยากบอกนักพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อีกอย่างหนึ่งคือ ทุกท่านสามารถเป็นวิทยากรกระบวนการได้

นักพัฒนาชุมชนกับวิทยากรกระบวนการ

อย่างที่ผมบอกไปในย่อหน้าที่แล้วว่า นักพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถเป็นวิทยากรกระบวนการได้ทุกคน ถ้าใครยังไม่เคยทำผมแนะนำให้ลองเป็นในงานอบรมที่ท่านเป็นเจ้าของโครงการนั่นแหละครับ ไม่ว่าจะเป็นงานเด็กและเยาวชน งานแม่บ้านกลุ่มอาชีพ หรืองานผู้สูงอายุ แล้วท่านจะรู้ว่าท่านทำได้

ทฤษฎีแมลงสาป

ออกตัวก่อนว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองนะครับ แต่ชื่อเรื่องที่ไม่น่าพิศมัยนี้กลับเป็นที่ชื่นชอบของบรรดานักบริหารและคนทำงานทั้งหลาย เพราะคนพูดถึงเรื่องนี้เป็นถึงซีอีโอหมาดๆ ของ google ทีเดียวเชียว ซีอีโอชาวอินเดียคนนี้เขายังบอกด้วยว่า เขาใช้ “ทฤษฎีแมลงสาบ” เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต บ๊ะ…อย่างนี้ ทฤษฎีนี้ก็ไม่ธรรมดาน่ะสิ

ทฤษฎีแมลงสาปคืออะไร

ในร่านอาหารแห่งหนึ่ง ไม่รู้ว่าแมลงสาปมันออกมาจากจุดไหน แต่มันได้ไปเกาะที่ผู้หญิงคนหนึ่ง และเมื่อเธอเห็นเธอจึงกรีดร้อง ส่งเสียงเอะอะโวยวาย พร้อมทั้งใช้มือปัดซ้ายป่ายขวา รวมถึงเต้นสะบัดในท่าแปละๆ เพื่อให้แมลงสาปหลุดออกจากตัวเธอ แต่พอแมลงสาปหลุดออกจากตัวเธอคนนี้ ดันลอยออกไปเกาะหมับกับผู้หญิงโต๊ะใกล้ๆ กัน และอากัปกริยาของคนนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงคนแรก ทำเอาเพื่อนร่วมโต๊ะวุ่นวายไปด้วย

ทีนี้เด็กเสิร์ฟในร้านสังเกตุเห็นความวุ่นวายน่ะสิครับ เลยเดินมาเพื่อช่วยเหลือลูกค้า แล้วแมลงสาปเจ้าปัญหาตัวนั้นดันบินมาเกาะบนตัวเขาเหมือนกันอีกแล้วครับท่าน เขานิ่ง สังเกตุการเคลื่อนไหวของตัวแมลงสาป จับทิศทางการเคลื่อนไหว เมื่อรู้แล้วเขาก็คว้ามันแล้วขว้างออกไปนอกร้าน

ต้นตอของความโกลาหลคือแมลงสาปหรือตัวเรา

ถ้าต้นตอของความโกลาหลคือแมลงสาป ถามต่อว่า ทำไมเด็กเสิร์ฟอยู่นิ่งๆ ถึงจัดการกับมันได้ หรือว่ามันไม่เกี่ยวกัน

การกรีดร้อง การส่งเสียงเอะอะโวยวาย การปัดมือซ้ายป่ายมือขวาเพื่อทำให้แมลงสาปหลุดออกจากตัวเอง และการนิ่งสังเกตุการเคลื่อนไหวของแมลงสาปแล้วค่อยหาวิธีทำให้แมลงสาปหลุดออกจากตัวเอง มันก็คือการรับมือกับสิ่งที่มันเข้ามาหาเรา ในชีวิตจริงสิ่งนั้นอาจเป็นปัญหาตั้งแต่เล็กน้อยอย่างคำนินทาไปจนถึงปัญหาใหญ่ มันคือปฏิกิริยาของคนใดคนหนึ่งในการรับมือกับปัญหาที่เข้ามาหาเรา เราจะรับมือแบบเอะอะโวยวาย ปัดมือซ้ายป่ายมือขวาเต้นเร่าๆ เพื่อแก้ไขปัญหา หรือเราจะนิ่งสังเกตุปัญหา ดูอย่างละเอียดว่ามันเป็นอย่างไร แล้วจะแก้ไขอย่างไร ปัญหาต่างๆ ทั้งหลายทั้งปวงไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ถ้าเราสามารถมีสติรับมือกับมันได้มันไม่ยากเลย

ที่มา : “ทฤษฎีแมลงสาป” คู่มือพัฒนาตัวเอง

กรมส่งเสริมฯ ให้สำรวจการจัดสรรงบเบี้ยยังชีพ ปี 58

1850-สำรวจงบเบี้ย

เมื่อวานนี้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ มท 0891.3/ว 1773 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2558 เรื่อง สำรวจผลจัดสรรงบประมาณตามโครงการสร้างหลักประกันด้านรายได้แก่ผู้สูงอายุ และโครงการเสริมสร้างสวัสดิการสังคมให้แก่ผู้พิการหรือทุพพลภาพ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 ออกมา

สำรวจงบเบี้ยยังชีพ ปี 58 ทั้งผู้สูงอายุและคนพิการ

ในหนังสือบอกว่า ตามที่ท้องถิ่นเรารับลงทะเบียนผู้มีสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเบี้ยความพิการ ปีงบ 58 ในเดือนพฤศจิกายน 56 แล้วก็จัดทำประกาศรายชื่อผู้สูงอายุที่มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และคนพิการที่มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยความพิการ รวมถึงได้ทำการบันทึกผู้มีสิทธิเหล่านั้นในระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพ และท้องถิ่นเราได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณเบี้ยยังชีพไปแล้วนั้น 

กรมเขาต้องการให้การจัดสรรงบนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้อง และครบถ้วน จึงแจ้งให้ท้องถิ่นเราตรวจสอบรายละเอียดการจัดสรรงบประมาณเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเบี้ยความพิการ กับจำนวนผู้มีสิทธิตามประกาศบัญชีรายชื่อของท้องถิ่นเราเนี่ยถูกต้องตรงกันมั้ย รวมถึงยอดในระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพด้วยนะครับว่าถูกต้องตรงกันหรือเปล่า 

เมื่อไม่พอ หรือเกินต้องทำยังไง

เมื่อสำรวจตรวจสอบและรู้แล้วว่า กรมจัดสรรงบมาให้กี่บาท เบิกจ่ายจริงไปกี่บาท เงินที่ผู้มีสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพยังไม่มารับมีเหลืออยู่กี่บาทกี่ราย ขาดเหลือเท่าไรก็ให้เรารายงานกรมผ่านจังหวัดไปครับ ทีนี้กรณีที่งบไม่พอ (กรมเคยให้รายงานไปแล้ว) และเราได้รายงานไปแล้ว ไม่ต้องรายงานไปอีกนะครับ แต่ถ้างบมันเหลือก็ให้รายงานไปกรมผ่านจังหวัดตามแบบฟอร์มที่เขากำหนดมาให้ 

เรื่องหลังนี้มีแน่นอนครับ เพราะแต่ละพื้นที่ต้องมีคนตายแน่ๆ ส่วนที่ยังถกเถียงกันอยู่จนถึงเดี๋ยวนี้คือจะให้ใครรายงาน นักพัฒน์หรือคลัง ก็ทั้งคู่แหละครับ

รายละเอียดหนังสือดูที่นี่

เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ที่ประธานชมรมพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำมาโพสแจ้งให้พวกเราเตรียมตัวทำงานนี้เพราะมาแน่เมื่อสองสามวันที่ผ่านมานั้น มีหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้ที่มีสิทธิรับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดเป็นยังไงบ้าง แล้วไอ้คำว่าเป็นครัวเรือนยากจนนี่มันวัดกันแบบไหน วัดกันยังไง คุณสมบัติต้องครบทุกข้อมั้ย หรือมีข้อเดียวก็ได้แล้ว คลิกฟัง “คนพอชอ” เล่าโดยพลัน

Google กะ Yahoo

0001-1

สวัสดีวันหยุดครับ ผมหายหน้าหายตาไปหลายวันเพราะมีภารกิจที่เทศบาลตำบลสาวะถี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น กะ สสส.อยู่นะครับ วันนี้เป็นวันหยุดที่น่าจะมีความสุขเลยขออนุญาตเปลี่ยนเรื่องจากงานราชการมาเป็นเรื่อง เครื่องมือค้นหาที่เราใช้กันอยู่เป็นประจำทุกวันอย่าง Google กะ Yahoo หน่อยละกัน แม้ว่าตัวหลังบ้านเราจะไม่ค่อยนิยมใช้กันนัก แทบจะเรียกได้ว่า 99 % ของการค้นหาในเน็ต บ้านเราใช้ Google นะครับ ที่เหลือเป็น Yahoo และอื่นๆ

ผมเชื่อว่าเพื่อนพ้องน้องพี่นักพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คงจะไม่มีใครใช้ Yahoo เป็นเครื่องมือค้นหาหรอกนะครับ บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ยังมีเครื่องมืออื่นนอกเหนือไปจาก Google ให้ใช้ (ฮา) แต่คนที่ทำเว็บอย่างผมต้องใช้ทุกตัวที่มีให้ใช้ครับ ใช้เพื่อทดสอบ ใช้เพื่อให้คุ้นเคย เราคุ้นเคยกับเขา และให้เขาคุ้นเคยกับเราเพื่อหาทางให้เว็บของเราขึ้นหน้า 1 ของเครื่องมือค้นหาเหล่านี้ให้ได้ ซึ่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา ผมได้ทดลองนำคำค้น “ระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพ” ไปค้นในเครื่องมือค้นหาทั้งสองผลเป็นอย่างนี้ครับ

0001-2

ใน Google ลำดับที่ 1 และ 2 เป็นเว็บหลักของระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพคือ welfare รวมถึงลำดับที่ 3 และ 4 ที่อากู๋นำเฟชบุ๊คแฟนเพจของระบบสารสนเทศมาจัดลำดับด้วย ตั้งแต่ลำดับที่ 4 ไปจึงเป็นเว็บอื่นๆ ส่วนมากจะเป็นเว็บของหน่วยงานราชการครับ แฮ่ม…ยกเว้นอยู่หนึ่งเดียวในลำดับที่ 7 ส่วนใน Yahoo คละกันไปครับ โดยเริ่มที่เว็บหลักของระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพ (ก็แน่ล่ะ) จากนั้นก็เป็นเว็บอื่นๆ คละกันไป เว็บของหน่วยงานราชการบ้าง เว็บส่วนตัวบ้าง ดูภาพประกอบละกันครับ

ในมุมมองของคนทำเว็บ ถึงแม้ว่าใน Yahoo เว็บจะอยู่ในลำดับที่ดีกว่าใน Google แต่ถ้าเว็บนั้นเผยแพร่ในประเทศไทยให้คนไทยดู เจ้าของเว็บคงไม่พอใจหรอกครับ อย่างที่บอกว่า คนไทยใช้อากู๋กันทั้งนั้น แต่ถ้าคุณหรือ อปท.ทำเว็บขายสินค้าให้คนต่างชาติ ถึงอากู๋จะอันดับร่วง แต่ยาฮู้ (เวลาอ่านเปล่งเสียงดังๆ) ดี ก็มีความสุขครับ