เว็บชมรมพัฒนาชุมชนไม่ได้หายไปไหน

1042 เว็บชมรมพัฒนาชุมชนไม่ได้หายไปไหน

เว็บไซต์ของ ชมรมพัฒนาชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย) หรือที่พวกเราเรียกหากันสั้นๆ ในชื่อ เว็บชมรมพัฒนาชุมชน นั้น ไม่ได้หายไปจากหน้าค้นหาของ google อย่างที่พวกเราเข้าใจมาตลอดทั้งสัปดาห์เลยนะครับ เพียงแต่มันไม่ได้ขึ้นมาที่อันดับที่ 1 อย่างที่ควรจะเป็น

ปกติธรรมดาทั่วไป เมื่อเราพิมพ์คำค้นหาลงไปว่า “ชมรมพัฒนาชุมชน” แล้วกด Enter มันจะต้องปรากฏชื่อเว็บ “ชมรมพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(แห่งประเทศไทย)” แล้วก็จะมีที่อยู่ url บอกไว้ด้านล่างเป็นหน้าแรกของเว็บ pattanalocal.com แต่ที่ผ่านมามันไม่มี

เช้าวันนี้ผมลองไปค้นดูตามการรายงานของ google ที่ส่งมาถึงผมว่า เว็บบล็อกคนพอชอถูกค้นหาเจอใน google ด้วยคำค้นว่า “ชมรมนักพัฒนาชุมชน” มากเป็นอันดับ 1 (โปรดสังเกตุมีคำว่า นัก ด้วย) ผมเลยลองเข้าไปค้นดูว่ามันจะเป็นจริงตามที่อากูบอกมามั้ย และอยากรู้ด้วยว่า บล็อกคนพอชอ กับคำค้นนี้อยู่ในอันดับที่เท่าไร ก็ตามประสาคนทำเว็บล่ะครับ ต้องสนใจเรื่องอันดับใน google อยู่ตลอดเวลา หุ หุ

1043 เว็บชมรมพัฒนาชุมชนไม่ได้หายไปไหน

ที่ผมไม่คิดว่าจะได้เจอคือ ในหน้าที่ 1 ลำดับที่ 9 (แต่ละหน้าของ google จะมี 10 ลำดับ) เป็นเว็บของชมรมพัฒนาชุมชนฯ ครับ แต่เป็นหน้าของตัวอย่างกิจกรรม โครงการแข่งขันกีฬา

ผมไม่ค่อยเข้าใจโครงสร้างของเว็บ joomla แบบเว็บชมรมพัฒนาชุมชนสักเท่าไร เลยไม่รู้จะบอกว่าที่มันเป็นอย่างนี้เพราะอะไร รู้แต่ว่า google ชอบเว็บที่มีการเขียนเนื้อหาเอง มีคุณภาพ อัพเดทสม่ำเสมอ ซึ่งเว็บชมรมพัฒนาชุมชนไม่ได้มีบทความทุกวันหรือทุกสัปดาห์อย่างบล็อกคนพอชอครับ หรือว่าเราจะไปเขียนบทความกันที่นั่นให้มากเหมือนโพสกันบนเฟชบุ๊คดี (ฮา)

ไปฟังเกจิ สตง.เขาคุยกัน

898 ไปฟังเกจิ สตง.เขาคุยกัน

หลายวันมานี้ผมหุดหิดเรื่อง สตง.บ่อยๆ ไม่ใช่โมโหโกรธาให้ สตง.นะครับ แต่รู้สึกไม่ค่อยดีกับเพื่อนร่วมงานข้าราชการด้วยกันเอง ก็เรื่องต่อเนื่องมาจากที่ สตง.ลงตรวจนั่นแหละครับ อยู่ในองค์กรเดียวกันแทนที่จะช่วยกันหาระเบียบมายืนยันว่าเรา (หมายถึงทุกคน/องค์กร) ไม่ได้ทำผิด ไม่ได้ทำเองโดยไม่มีหนังสือสั่งการ แทนที่จะช่วยกันหาทางออกกลับซ้ำเติมแปลข่าวสารไปถึงผู้ที่ถูกเรียกเงินคืนโดยเฉพาะบรรดาลูกจ้างเป็น “ถ้าไม่จ่ายเงินคืนจะถูกปลดออก” จนวุ่นกันไปหมด

มันดูวุ่นวายจนผมอดสงสัยไม่ได้ว่ามีใครยืนทะมึนอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า (ฮา)

มีหลายเรื่องนะครับที่ผมมั่นใจว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อ สตง.ออกรายงานมา หลายคนที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คงจะบอกตรงกันว่า ก็ทำหนังสือชี้แจงกลับไปที่ สตง.สิ แต่ปัญหาที่นี่คือ ผู้บังคับบัญชาและผู้บริหารไม่เอาด้วยสิครับ อ้าว มันทำให้ผมสงสัยต่อไปว่า คนที่โดนเรื่องนี้นี่ลูกจ้างทั้งนั้นนะ คนในพื้นที่ทั้งนั้น ผู้บริหารจะบังคับให้เขาเหล่านี้ไปหาเงินมาคืนตามความเห็นของปลัดเหรอ ทั้งที่มันมีทางออกอย่างอื่นอยู่ มันผิดวิสัยนักการเมืองไปหน่อยนะ

เมื่อทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ได้ และอยากรู้ว่าที่เราเตรียมการขั้นตอนกระบวนการไว้เนี่ยมันถูกต้องหรือเปล่า หัวหน้าผมท่านเลยถามไปทางนิติกร อปท.อื่นที่พอจะสอบถามพูดคุยได้บ้างและที่สำคัญคือมีประสบการณ์ถูก สตง.เข้าตรวจทุกปีและได้เถียงกันทางหนังสือชี้แจงประจำ เนื่องจากเราเป็น อปท.กลางๆ ไม่มีนิติกร (ฮา) ผมเลยได้มีโอกาสติดสอยห้อยตามไปฟังด้วยครับ สรุปแล้วที่นิติกรท่านนั้นบอกมันเป็นอย่างนี้ครับ

เมื่อ สตง.ออกรายงานมาหาเรา ให้เราทำหนังสือชี้แจงว่าเราทำตามหนังสือสั่งการฉบับไหน ตามระเบียบอะไรยังไงไปถึง สตง.ภายใน 60 วัน และขั้นต่อไปถ้า สตง.เขามีหนังสือยืนยันมาอีกว่าต้องคืนเงินให้เราทำหนังสือถึงผู้ว่า ถ้าผู้ว่ายืนยันตาม สตง.ให้ทำหนังสือถึง (…) (อันนี้ความรู้ใหม่ ผมไม่เคยรู้มาก่อน รอคนยืนยันอีกทีครับ) แต่ถ้าเขายืนยันเหมือนเดิมสุดท้ายต้องพึ่งศาลปกครอง และนิติกรท่านนี้ยังบอกอีกว่า ที่ผ่านมาเมื่อถึงศาลปกครอง (…) แพ้มาเยอะแล้ว (ขอบคุณท่าน ผอ.ศรายุทธ ครับที่แจ้งมา ผมฟังผิดมาแน่ๆ แล้วจะไปถามท่านใหม่ครับ–ขอโทษท่านผู้ตรวจด้วยครับ)

นิติกรเขาเป็นนักกฏหมายเขาย่อมมองในแง่มุมของนักกฏหมาย อย่างการคืนเงินทันทีที่ สตง.แจ้งโดยไม่มีการชี้แจงอะไรเลย เขามองว่า นั่นเป็นการยอมรับผิดตามที่ สตง.ว่า เพราะถ้าคุณไม่ผิดคุณต้องชี้แจงได้ อืมมม…น่าคิด

ก่อนไปรับราชการทำงานหลวง

1041 ก่อนไปรับราชการทำงานหลวง

กำลังหุดหิดกับบรรดาสามหัวหน้ากรณี สตง.เข้าที่เที่ยวไปส่งข้อความหาคนนั้นคนนี้ให้เขานำเงินมาคืนทั้งที่หัวหน้าอีกคนทำหนังสือชี้แจงไปแล้วเลยให้สงสัยว่าพวกเมิงซุกอะไรไว้ป่าววะ แล้วบังเอิญจริงๆ เลยไปเห็นกลอนบทนี้ในชุมชนลูกอีสานบ้านเฮา google+ ครับ เลยนำมาฝาก นำมาฝากเพื่อนพ้องน้องพี่นักพัฒนาชุมชนเรานี่แหละครับ หาใช่ใครอื่น ผมตั้งชื่อเรื่องนี้ตามคำขึ้นต้นของบทกลอนว่า “ก่อนไปรับราชการทำงานหลวง”

ก่อนไปรับราชการทำงานหลวง  แม่เป็นห่วงกลัวลูกชายทำขายหน้า

เฝ้าพร่ำสอนเสียนักก่อนจากมา  เกรงกิเลสตัณหามันพาไป

แม้ว่าแม่คนจนคนบ้านนอก  เคยช้ำชอกแสนเข็ญดั่งเป็นไพร่

เจ้าได้ดีวันหน้าอย่าเริงใจ  อย่าหลงใหลลืมเงาว่าเราจน

อย่าหยิ่งดื้อถือดีว่ามีเกียรติ  คนจะเหยียดหยันได้ไม่เป็นผล

อย่าแบ่งชั้นให้ต่างระหว่างชน  ให้พลีตนเพื่อชาติใช้ไม่เป็นพาล

อย่าริอ่านโกงกินสินบนราษฎร์  เงินของชาติอย่าเอาไปเผาผลาญ

คนที่รวยด้วยอำนาจราชการ  อยู่ไม่นานก็ยับด้วยอัปรีย์

คนเขาจะจริงใจนบไหว้เจ้า  ใช่เพราะเอายศใหญ่ไปข่มขี่

ราษฎร์จะรักศรัทธาบารมี  ก็ด้วยดีที่เจ้าทำจงจำไว้

จะกินอยู่รู้ประมาณการประหยัด  ถึงอึดอัดขัดสนทนไม่ไหว

ก็อย่าโกงให้เสนียดมันเสียดใจ  รีบกลับไปบ้านเรามีข้าวกิน

อ่านแล้วโดนจริงๆ เชียว พอโดนก็เลยอยากให้คนอื่นๆ เขาได้เห็นได้อ่านครับ อ่านแล้วก็อย่าลืมนะครับ “ถึงอึดอัดขัดสนทนไม่ไหว ก็อย่าโกงให้เสนียดมันเสียดใจ” สวัสดีครับ

เรื่องโม้ เรื่องบ่น ของคนพอชอ ปี 6

1040 เรื่องโม้ เรื่องบ่น ของคนพอชอ ปี 6

เผลอแป๊บเดียวผ่านไปอีกปีแล้ว และบล็อกคนพอชอก็ก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 แล้วครับพี่น้อง ความจริงมันผ่านมาตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมแล้วครับ แต่ช่วงนั้นยังมีเรื่องอื่นให้ต้องพูดถึงเลยไม่ได้มีโอกาสบอกเล่าเก้าสิบให้ฟัง

อย่างที่ผมเคยเล่าให้ฟังเป็นประจำทุกปีเมื่อครบรอบเปิดเว็บบล็อกคนพอชอแห่งนี้ว่า เว็บบล็อกคนพอชอเริ่มต้นมากับของฟรีเมื่อกลางเดือนธันวาคมปี 2009 หรือ 2552 ครับ หลังจากมั่นใจว่าจะเอาอยู่เลยไปจดทะเบียนโดเมนเนมและเช่าโฮสติ้งในเดือนตุลาคมต่อมา แล้วก็ล้มลุกคลุกคลานตลอดมาจนถึงวันนี้

มีเรื่องหนึ่งที่หลายคนสงสัยถามกันมามากเหลือเกินว่า ทำไมต้องเป็น “คนพอชอ” ทำไมไม่เป็น คน พช. ขอเรียนตามตรงว่าตอนที่ทำไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าการทำ SEO ครับ คือทำอย่างไรมันถึงจะติดหน้าหนึ่ง google เท่านั้นเอง ซึ่งถ้าใช้ พช. เวลาไปค้นใน google อันดับที่หนึ่งหน้าที่หนึ่งมันจะเป็นเว็บของกรมการพัฒนาชุมชนน่ะครับ เลยต้องหนีแล้วก็หาคำที่มันพ้องเสียงแต่เขียนไม่เหมือนกันไปใช้ แล้วก็กลายมาเป็น “คนพอชอ”

ขอขอบคุณมิตรรักนักอ่านนะครับที่ติดตามกันมาตตลอดไม่เคยทอดทิ้งกัน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 อย่างเริงร่าด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง สัญญาครับว่าจะพยายามหาเรื่องหลากหลายมาเล่าสู่กันฟัง แม้นว่าในระยะหลังๆ มานี้จะเขียนเรื่องเบี้ยยังชีพมากไปหน่อย แต่มันก็น่าค้นหาอยู่มิใช่หรือ (ฮา)

โครงการดูงานแต่ไม่ได้อบรมจริง ระวังนะครับ

1039 โครงการดูงานแต่ไม่ได้อบรมจริง ระวังนะครับ

วานนี้มีข่าวเกี่ยวกับท้องถิ่นของเราข่าวหนึ่งที่น่าสนใจ ผมคิดว่าในเดือนมกราคมเป็นต้นไปละครับ ท้องถิ่นหลายแห่งคงดำเนินการโครงการอบรมและดูงานนอกสถานที่ของผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ ข้าราชการและพนักงานจ้าง ข่าวที่ผมว่าน่าสนใจคือเรื่องโครงการนี้แหละครับ ที่ผ่านมาผมไม่แน่ใจว่ามีท้องถิ่นหลายแห่งเป็นแบบนี้มั้ย

ป.ป.ช.สอบนายก อบต.พร้อมพวกปลอมลายมือเบิกเงินดูงานเกินจริง

ตามข่าว ป.ป.ช.เขาตั้งพนักงานไต่สวนข้อเท็จจริงนายก อบต.พร้อมพวกแล้วนะครับ กรณีเบิกจ่ายเงินเป็นค่าใช้จ่ายใน “โครงการฝึกอบรมเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและศึกษาดูงานนอกสถานที่ ประจำปี 2554″ ว่าเกินกว่าความเป็นจริง และมีการลงลายมือชื่อในใบลงทะเบียนผู้เข้าอบรมทั้งที่ไม่มีการอบรมจริง

ผู้ถูกกล่าวหาตามข่าวมี 16 คนครับ ตั้งแต่นายกไปจนถึงข้าราชการและลูกจ้างใน อบต.นั่นแหละครับ พฤติกรรมคือจัดโครงการอบรมและมีดูงานนอกสถานที่ให้กับผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ ข้าราชการ และพนักงานจ้างของ อบต. จำนวนทั้งหมด 48 คนโดยจัดวันที่ 3-5 สิงหาคม 2554 ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้จัดอบรมจริงและไม่ได้ไปดูงานจริง แต่มีการเบิกจ่ายค่าอาหารกลางวัน ค่าอาหารว่าง แล้วก็ค่าที่พักและค่าอื่นๆ ตามโครงการ 

ผมเข้าใจว่าคนที่ทำโครงการแบบนี้คงไม่ใช่นักพัฒนาชุมชนหรอกนะครับ ที่ผมเคยเห็นบ่อยๆ ในการจัดอบรมและดูงานแบบนี้ก็คือ ไม่มีการอบรมจริงแต่ไปดูงานจริง ซึ่งการจัดอบรมจริงมันไม่ยากนะครับ เมื่อจัดอบรมให้ผู้บริหารและสมาชิกสภาฯเป็นหลักก็เชิญท้องถิ่นอำเภอสิครับมาให้ความรู้ในเรื่องระเบียบเรื่องที่จะไปดูงาน เช่น จะไปดูงานเรื่องการจัดการขยะ ก็ให้ท้องถิ่นพูดเรื่องระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะของ อปท. รับรองว่าแกไม่ได้พูดเรื่องนี้เรื่องเดียวแน่ แกแถมเรื่องอื่นๆ ให้เพียบล่ะครับ (ฮา)

ตกเย็นมาค่อยออกเดินทางก็ยังไม่สายเกินไป อย่าทำเหมือน อปท.ในอำเภอโพธาราม ราชบุรี เลยครับ อ่านรายละเอียดของข่าว คลิกที่นี่